| ชื่อเรื่อง | : | การบริหารทรัพยากรกายภาพของศาลยุติธรรม : กรณีศึกษา 10 อาคารศาลยุติธรรมในเขตกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | กรุณา ประสาร |
| คำค้น | : | ศาล -- อาคาร , การจัดการอาคาร -- ไทย -- กรุงเทพฯ , อาคาร -- การบำรุงรักษาและการซ่อมแซม , การบริหารทรัพยากรกายภาพ , Courts -- Buildings , Building management -- Thailand -- Bangkok , Buildings -- Maintenance |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | เสริชย์ โชติพานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/53111 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 ศาลยุติธรรมเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีอาคารศาลอยู่ทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการก่อสร้างปรับปรุงต่อเติมและซ่อมแซมอาคารอย่างต่อเนื่อง ศาลยุติธรรมจึงต้องมีความพร้อมในการจัดการด้านอาคารสถานที่ การศึกษาจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการจัดการด้านอาคารสถานที่ของศาลยุติธรรม โดยวิเคราะห์หาความต้องการในการจัดการอาคารสถานที่กับการจัดการอาคารสถานที่ในปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางการบริหารทรัพยากรกายภาพสำหรับศาลยุติธรรมต่อไป การศึกษานี้ใช้วิธีการสำรวจและสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการด้านอาคารสถานที่ทั้งผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติการ และผู้ดูแลหรือรับผิดชอบงานอาคารสถานที่ รวมทั้งการศึกษาจากเอกสารข้อมูล แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดขอบเขตของการศึกษาครอบคลุมอาคารศาลเฉพาะที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครที่เป็นอาคารขนาดใหญ่มีพื้นที่มากกว่า 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป จำนวน 10 อาคาร จากการศึกษาพบว่าอาคารศาลกรณีศึกษาจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ อาคารแนวราบจำนวน 3 อาคาร มีความสูง4-6ชั้น ทั้งหมดมีอายุอาคารเกินกว่า 20 ปี และอาคารสูงจำนวน 7 อาคาร มีความสูง7-13ชั้นมีระบบประกอบอาคารที่ซับซ้อน ทั้งหมดมีอายุอาคารไม่เกิน 16 ปี พบว่าการใช้อาคารมี 2 ลักษณะคือ 1.หน่วยงานเดียวใช้อาคาร 2.หลายหน่วยงานใช้อาคารร่วมกัน ส่งผลให้การดำเนินงานด้านอาคารสถานที่ และวิธีการปฏิบัติงานต้องมีความแตกต่างกันไป ปัจจุบันพบว่าศาลยุติธรรมยังขาดการกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบหรือมีนโยบายที่ชัดเจนในการจัดการ ระบบงานในการจัดการใช้พื้นที่และการประสานงานยุ่งยาก ไม่มีการวางแผน การกำกับควบคุมดูแลอาคารสถานที่และการตรวจสอบการใช้อาคาร มีหน่วยงานส่วนกลางคือกองบริหารทรัพย์สิน กองออกแบบและก่อสร้างเป็นหน่วยงานสนับสนุนหลักและร่วมกับสำนักการคลัง สำนักแผนงานและงบประมาณและผู้บริหารของศาลยุติธรรมเป็นคณะทำงานดูแลพิจารณางานและวางแผนงบประมาณในการก่อสร้าง ปรับปรุงต่อเติมและซ่อมแซมรวมถึงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งยังขาดการบริหารจัดการใช้อาคารและการบำรุงรักษาโดยรวม และมีหน่วยงานศาลมุ่งเน้นการปฏิบัติงานเชิงรับภายใต้การกำกับของส่วนคลังหรืองานการเงินเป็นหลักและกำกับควบคุมการจ้างบริษัทเอกชนในงานบริการ ทั้งโครงสร้างการดำเนินงานของศาลปัจจุบันเป็นไปตามความเข้าใจของผู้ปฏิบัติ มีความหลากหลายขึ้นอยู่กับบุคลากรที่มีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนี้ยังพบว่าบุคลากรที่ปฏิบัติงานทั้ง 10 อาคาร เป็นช่างผู้มีความรู้หรือทักษะเฉพาะจำนวน 7 คนจากบุคลากรทั้งหมด 79 คน มีภาระงานที่มีปริมาณมากและไม่เหมาะสม การศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะให้ศาลยุติธรรม จัดให้มีหน่วยงานส่วนกลางรับผิดชอบงานบริหารจัดการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานและวางแผนในภาพรวมขององค์กร กำหนดนโยบายและมาตรฐานการดำเนินงาน จัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนระยะยาว มีหน่วยงานดูแลรักษาและซ่อมแซม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของศาลทั่วประเทศโดยเฉพาะให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ควรจัดให้มีบุคลากรที่มีความรู้ด้านอาคารสถานที่รับผิดชอบงานจัดการดูแลรักษาและบริการให้เหมาะสมกับการใช้สอยที่หลากหลายในแต่ละอาคาร สอดคล้องกับปริมาณงาน |
| บรรณานุกรม | : |
กรุณา ประสาร . (2551). การบริหารทรัพยากรกายภาพของศาลยุติธรรม : กรณีศึกษา 10 อาคารศาลยุติธรรมในเขตกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุณา ประสาร . 2551. "การบริหารทรัพยากรกายภาพของศาลยุติธรรม : กรณีศึกษา 10 อาคารศาลยุติธรรมในเขตกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุณา ประสาร . "การบริหารทรัพยากรกายภาพของศาลยุติธรรม : กรณีศึกษา 10 อาคารศาลยุติธรรมในเขตกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. กรุณา ประสาร . การบริหารทรัพยากรกายภาพของศาลยุติธรรม : กรณีศึกษา 10 อาคารศาลยุติธรรมในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
