ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การออกแบบแผงบังแดดเพื่อได้แสงธรรมชาติและประสิทธิภาพด้านพลังงานในอาคารตามเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว วี4 (LEED v4)

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การออกแบบแผงบังแดดเพื่อได้แสงธรรมชาติและประสิทธิภาพด้านพลังงานในอาคารตามเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว วี4 (LEED v4)
นักวิจัย : รุจิเรจ อินทรเนตร
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรรจน์ เศรษฐบุตร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51134
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

การออกแบบโดยการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ภายในอาคารเป็นแนวทางหนึ่งในการออกแบบที่ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานในอาคารจากการใช้แสงประดิษฐ์ลงได้ แต่ความสว่างจากแสงธรรมชาติที่นำเข้ามาใช้ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึง ในเกณฑ์ LEED v4 เรื่อง Daylight ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ในการประเมินแสงธรรมชาติ โดยได้นำเอาเกณฑ์ Spatial Daylight Autonomy (sDA) และเกณฑ์ Annual Daylight Exposure (ASE) มาใช้ ซึ่งทำให้การออกแบบเปลือกอาคารจะต้องมีความยุ่งยากซับซ้อน งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการออกแบบเปลือกอาคารและแผงบังแดดที่ทำให้สามารถนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ภายในอาคารได้ตามเกณฑ์ LEED v4 เรื่อง Daylight และประเมินประสิทธิภาพในการลดการใช้พลังงานของรูปแบบแผงบังแดดที่ผ่านเกณฑ์ โดยรูปแบบแผงบังแดดที่ศึกษามีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ แผงบังแดดแนวนอน แผงบังแดดแนวตั้ง และแผงบังแดดผสมแนวนอนและแนวตั้ง ที่ระยะยื่น 4 ระยะ คือ 50 100 150 และ 200 ซ.ม. ใช้กระจก 3 ชนิด คือ กระจกที่มีค่า VLT 71% 58% และ 35% และใช้สัดส่วน WWR 60 และ WWR 80 โดยห้องสำนักงานที่ใช้ในการจำลองมีขนาด 9 x 12 x 3 เมตร และหันหน้าต่างทั้งหมด 8 ทิศ จำลองแสงโดยโปรแกรม Daysim และจำลองพลังงานโดยโปรแกรม VisualDOE4.0 ผลการวิจัยพบว่าเมื่อติดตั้งแผงบังแดดจะทำให้มีกรณีที่แสงธรรมชาติผ่านเกณฑ์ LEED v4 ทั้งหมด 135 กรณี จากทั้งหมด 576 กรณี และการหันช่องเปิดไปทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นทิศที่ได้รับแสงอาทิตย์ตรงเป็นปริมาณน้อยนั้น สามารถมีกรณีที่ผ่านเกณฑ์ได้โดยที่ไม่ต้องติดตั้งแผงบังแดด ในขณะที่ทิศอื่นจะต้องติดตั้งแผงบังแดดแบบแนวนอนหรือแบบผสมที่ระยะยื่นแตกต่างกันไปเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ แต่ทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นทิศที่ได้รับแสงอาทิตย์ตรงมากที่สุดนั้น การติดตั้งแผงบังแดดทุกรูปแบบไม่สามารถช่วยทำให้ผ่านเกณฑ์แสงสว่างธรรมชาติของ LEED v4 ได้เลย เมื่อนำกรณีที่ผ่านเกณฑ์มาจำลองการใช้พลังงานพบว่าเมื่อติดตั้ง Daylight dimmer หรือ อุปกรณ์หรี่ไฟอัตโนมัติตามปริมาณแสงธรรมชาติ จะสามารถประหยัดพลังงานจากการไม่ติดตั้ง Daylight dimmer ได้ในแต่ละกรณีใกล้เคียงกัน คือ 13.85-16.07% และกรณีที่ติดตั้ง Daylight dimmer สามารถลดการใช้พลังงานจากอาคารอ้างอิง (Base Case) ได้ในทุกกรณี โดยสามารถลดได้ตั้งแต่ 0.47-16.85%

บรรณานุกรม :
รุจิเรจ อินทรเนตร . (2558). การออกแบบแผงบังแดดเพื่อได้แสงธรรมชาติและประสิทธิภาพด้านพลังงานในอาคารตามเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว วี4 (LEED v4).
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุจิเรจ อินทรเนตร . 2558. "การออกแบบแผงบังแดดเพื่อได้แสงธรรมชาติและประสิทธิภาพด้านพลังงานในอาคารตามเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว วี4 (LEED v4)".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุจิเรจ อินทรเนตร . "การออกแบบแผงบังแดดเพื่อได้แสงธรรมชาติและประสิทธิภาพด้านพลังงานในอาคารตามเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว วี4 (LEED v4)."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
รุจิเรจ อินทรเนตร . การออกแบบแผงบังแดดเพื่อได้แสงธรรมชาติและประสิทธิภาพด้านพลังงานในอาคารตามเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว วี4 (LEED v4). กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.