| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชี ในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ประวิตร นิลสุวรรณากุล , จำรัส บิงคลาศัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2532 |
| อ้างอิง | : | 9745764205 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48346 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (บช.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2532 การศึกษานี้ได้แยกปัจจัยเป็นสองส่วนคือ ปัจจัยภายนอกซึ่งหมายถึง ขนาด ประเภท และลักษณะของธุรกิจที่เป็นลูกค้าของสำนักงานสอบบัญชีซึ่งมีความสัมพันธ์กับปริมาณงานที่ผู้สอบบัญชีจะต้องปฏิบัติ ปัจจัยภายใน ซึ่งหมายถึง องค์ประกอบในการกำหนดค่าธรรมเนียมวิชาชีพของผู้สอบบัญชีหรือสำนักงานสอบบัญชี โดยใช้วิธีการวิจัยทางเอกสาร การสัมภาษณ์ และส่งแบบสอบถาม แหล่งที่มาของข้อมูลได้แก่ วารสารทางวิชาการ ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารสำนักงานสอบบัญชี และข้อมูลจากแบบสอบถามที่ได้รับจากธุรกิจที่ใช้บริการสอบบัญชี ผลของการวิจัยพบว่า ปัจจัยภายนอกที่ใช้ในการประมา๕ธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชี ซึ่งได้แยกพิจารณาเป็น 3 กรณี มีดังนี้ 1. กรณีการวิเคราะห์รวม ปัจจัยที่มีผลต่อค่าธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชีคือ จำนวนทุนที่เรียกชำระ จำนวนรวมของรายได้ การเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และขนาดของสำนักงานสอบบัญชี โดยปัจจัยทั้ง 4 สามารถอธิบายได้ในอัตราร้อยละ 59.32 เมื่อเทียบกับค่าจริง 2. กรณีการวิเคราะห์เฉพาะสำนักงานสอบบัญชีขนาดใหญ่ ปัจจัยที่มีผลต่อค่าธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชี คือ จำนวนรวมของรายได้ การเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และการที่บริษัทมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน โดยปัจจัยทั้ง 3 สามารถอธิบายได้ในอัตราร้อยละ 42.47 เมื่อเทียบกับค่าจริง 3.กรณีการวิเคราะห์สำนักงานสอบบัญชีขนาดกลาง ปัจจัยที่มีผลต่อค่าธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชี คือ จำนวนทุนที่เรียกชำระ จำนวนรวมของรายได้ จำนวนรวมของค่าใช้จ่าย การเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และประเภทของธุรกิจ โดยปัจจัยทั้ง 5 สามารถอธิบายได้ในอัตราร้อยละ 86.48 เมื่อเทียบกับค่าจริง สำหรับปัจจัยภายใน ผลของการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ใช้เป็นองค์ประกอบในการกำหนดค่าธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชีตามลำดับความสำคัญ มีดังนี้คือ เวลาที่ใช้ในการตรวจสอบบัญชี จำนวนพนักงานในแต่ละระดับที่ใช้ในการตรวจสอบ อัตราเงินเดือนของพนักงานตรวจสอบ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสำนักงาน ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ได้แก่ สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยควรเร่งดำเนินการให้ผู้ประกอบวิชาชีพเข้ามาเป็นสมาชิก ควรส่งเสริมให้ภาครัฐบาลและธุรกิจเห็นความสำคัญของการประกอบวิชาชีพ ควรพิจารณาหลักเกณฑ์การกำหนดค่าธรรมเนียมวิชาชีพและการกำหนดค่าธรรมเนียมวิชาชีพขั้นต่ำ คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชีควรเพิ่มการตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีและให้ผู้สอบบัญชีแจ้งค่าธรรมเนียมวิชาชีพ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับขอบเขตของงานสอบบัญชี |
| บรรณานุกรม | : |
วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ . (2532). ปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชี ในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ . 2532. "ปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชี ในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ . "ปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชี ในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2532. Print. วรพจน์ อุชุไพบูลย์วงศ์ . ปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมวิชาชีพสอบบัญชี ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2532.
|
