ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ใช้แบคทีเรียที่ผลิตเอนไซมยูรีเอสและชักนำให้เกิดตะกอนคาร์บอเนตเพื่อการอนุรักษ์และซ่อมแซมโบราณวัตถุ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ใช้แบคทีเรียที่ผลิตเอนไซมยูรีเอสและชักนำให้เกิดตะกอนคาร์บอเนตเพื่อการอนุรักษ์และซ่อมแซมโบราณวัตถุ
นักวิจัย : ศิริพรรณ สารินทร์ , จรูญ สารินทร์
คำค้น : ซ่อมแซม , ตะกอนคาร์บอเนต , แบคทีเรีย , โบราณวัตถุ , อนุรักษ์ , เอนไซมยูรีเอส
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการคัดแยกแบคทีเรียที่ผลิตเอมไซม์ยูรีเอสและสามารถชักนำให้เกิดการตกตะกอนคาร์บอเนต จากดินพื้นที่เกษตร ดินกากตะกอนแห้งของระบบบำบัดน้ำเสีย และพื้นผิวสถูปเจดีย์ เพื่อทดสอบศักยภาพในการอนุรักษณ์พ้นผิวหินระดับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในด้านการอนุรักษณ์พื้นผิวโบราณสถานและโบราณวัตถุด้วยวิธีชีวภาพ ผลการวิจัยพบโคโลนีแบคทีเรียที่มีตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตบนอาหาร urea-CaCl2 agar จำนวน 96 ไอโซเลท ในจำนวนนี้เมื่อทำการทดสอบยืนยันการสร้างเอมไซม์ยูรีเอสพบว่ามี 19 ไอโซเลทที่สามารถเปลี่ยนออกมา ด้วยวิธี Nessler assay method พบว่ามี 6 ไอโซเลท (G2, G9, G27, P30, S12, S14) ที่ให้ค่า Urease activity สูงกว่า 0.15 unit/ml  สำหรับการศึกษาภาวะที่เหมาะสมและปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานของเอมไซม์ยูรีเอส ได้แก่ ความเป็นกรดด่าง (pH) ของอาหาร (7,8 และ 9) ความเข้มข้นยูเรีย (25, 50, 100, 200, 300 และ 400 มิลลิโมลาร์) mg / ml เมื่อเลี้ยงที่อุณหภูมิ 300c เป็นเวลา 16 ชั่วโมงในสภาวะของอาหารเลี้ยงเชื้อที่ระดับ pH7 ซึ่งมีความเข้มข้นของยูเรีย 50 มิลลิโมลาร์และแคลเซียมคลอไรด์ 30 มิลลิโมลาร์เมื่อทำการจำแนกสายพันธุ์โดยการหาลำดับนิวคลีโอไทด์บริเวณ 16S rDNA (Full Sequence:-1,400 bp) พบว่าไอโซเลท G27 คือ Sporosarcinia koreensis ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมบวกรูปร่างท่อนและเมื่อนำแบคทีเรีย Sporosarcana koreensus G27 มาศึกษาการชักนำให้เกิดการตกตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตบนพื้นผิววัสดุก่อสร้างด้วยวิธีคอลัมน์ทรายพบว่ามีอัตราการเกิดตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตสูงสุดเท่ากับ 0.08 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักทราย 1 กรัมต่อวันจากการตรวจสอบทางกายภาพโดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด พบว่าเซลล์แบคทีเรียถูกเคลือบด้วยตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตสำหรับผลการชักนำให้เกิดตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตบนพื้นผิวอิฐตัวอย่างสองขนาดซึ่งแช่อยู่ในอาหารเหลว urea-CaCI, ภายใต้สภาวะแบบเขย่าสำหรับอิฐตัวอย่างชิ้นเล็กและสภาวะแบบไม่เขย่าสำหรับอิฐตัวอย่างชิ้นใหญ่พบว่าชิ้นอิฐตัวอย่างมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในชุดทดลองทั้งสองสภาวะโดยในชุดทดลองของชิ้นอิฐตัวอย่างชิ้นเล็กมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นสูงสุดหลังจากบ่มเป็นเวลา 20 วันจากนั้นทำการศึกษาประสิทธิภาพของตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตที่เกิดใหม่โดยวัดน้ำหนักที่หายไปของชิ้นอิฐตัวอย่างหลังจากการผ่านคลื่นเสียงความถี่สูงในระยะเวลาของการบ่มที่ต่างกันพบว่าที่ผิวของชิ้นอิฐตัวอย่างชิ้นใหญ่มีความเสียหายเกิดขึ้นน้อยกว่าอิฐตัวอย่างชิ้นเล็กและชุดควบคุมจากผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าแบคทีเรีย S. koreensis G27 มีศักยภาพในการนำไปใช้อนุรักษ์พื้นผิววัสดุที่มีรูพรุนได้จากการศึกษาวิธีการประยุกต์ใช้แบคทีเรียที่ผลิตเอนไซิมยูรีเอสเพื่อประโยชน์ในการ 6x12x6 เซนติเมตรพบว่าการใช้ S. koreansis G27 ที่เตรียมในอาหารเหลว urea-CaCI เข้มข้น 2.0x10 cfu / มิลลิลิตรปริมาตร 50 มิลลิลิตรฉีดพ่นหรือทาลงบนอิฐตัวอย่างสามารถชักนำให้เกิดการตกตะกอนแคลเซียมคาร์บอเนตได้ในปริมาณสูงสุดและพบว่าอิฐที่ใช้ทดสอบมีอัตราการดูดซึมน้ำลดลงจากผลการทดลองที่ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการตกตะกอน (G แคลเซียมโดยการซักนาของแบคทีเรียซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์พื้นผิววัสดุก่อสร้างของอาคารบ้านเรือนโบราณวัถตุโบราณสถานหรือสถาปัตยกรรมต่างๆที่ทำจากวัสดุก่อสร้างที่เป็นในตัวบวิธีชีวภาพได้

บรรณานุกรม :
ศิริพรรณ สารินทร์ , จรูญ สารินทร์ . (2555). การประยุกต์ใช้แบคทีเรียที่ผลิตเอนไซมยูรีเอสและชักนำให้เกิดตะกอนคาร์บอเนตเพื่อการอนุรักษ์และซ่อมแซมโบราณวัตถุ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ศิริพรรณ สารินทร์ , จรูญ สารินทร์ . 2555. "การประยุกต์ใช้แบคทีเรียที่ผลิตเอนไซมยูรีเอสและชักนำให้เกิดตะกอนคาร์บอเนตเพื่อการอนุรักษ์และซ่อมแซมโบราณวัตถุ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ศิริพรรณ สารินทร์ , จรูญ สารินทร์ . "การประยุกต์ใช้แบคทีเรียที่ผลิตเอนไซมยูรีเอสและชักนำให้เกิดตะกอนคาร์บอเนตเพื่อการอนุรักษ์และซ่อมแซมโบราณวัตถุ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2555. Print.
ศิริพรรณ สารินทร์ , จรูญ สารินทร์ . การประยุกต์ใช้แบคทีเรียที่ผลิตเอนไซมยูรีเอสและชักนำให้เกิดตะกอนคาร์บอเนตเพื่อการอนุรักษ์และซ่อมแซมโบราณวัตถุ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2555.