ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์การทำงานของมิวเทชันใหม่ในยีน AGXT แบบ c.32C>G(p.Pro11Arg) ในครอบครัวชาวไทยที่เป็นโรค PH1

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์การทำงานของมิวเทชันใหม่ในยีน AGXT แบบ c.32C>G(p.Pro11Arg) ในครอบครัวชาวไทยที่เป็นโรค PH1
นักวิจัย : เนลวัฒก์ กิ่งสุวรรณพงษ์
คำค้น : ยีน , การกลายพันธุ์ , โรคพันธุกรรม , Genes , Mutation (Biology)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : รัชนีกร ธรรมโชติ , วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47009
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

โรค Primary hyperoxaluria type1 (PH1) เป็นโรคทางพันธุกรรมถูกควบคุมด้วยยีนด้อยบนออโทโซม โดยเกิดจากความผิดปกติของยีน AGXT ซึ่งผลิตเอนไซม์ alanine:glyoxylate aminotransferase (AGT) ทำหน้าที่สลายไกลออกซิเลท โดยพบมากในเพอร็อกซิโซมของเซลล์ตับ โรค PH1 เกิดจากการหลั่งออกซาเลทและสะสมในรูปผลึกของแคลเซียมออกซาเลทในไต ต่อมาผู้ป่วยจะสูญเสียการทำงานของไตและเสียชีวิตในที่สุด ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ตรวจพบผู้ป่วยชาวไทยรายหนึ่งเป็นโรค PH1 ซึ่งมีสาเหตุความผิดปกติแบบดีลีชัน และมีมิวเทชันในยีน AGXT โดยพบว่า นิวคลีโอไทด์ลำดับที่ 32 มีการเปลี่ยนจาก cytosine เป็น guanine (c.32C>G) ส่งผลให้กรดอะมิโนลำดับที่ 11 เปลี่ยนจาก proline เป็น argenine (p.Pro11Arg) ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์ที่ยังไม่เคยมีการรายงานมาก่อน ในการวิจัยนี้ได้วิเคราะห์การทำงานของมิวเทชันใหม่ในยีน AGXT แบบ p.Pro11Arg โดยเพิ่มปริมาณยีน AGXT ในส่วนที่ผลิตโปรตีนนี้จากเซลล์ HepG-2 และ transfect เข้าสู่เซลล์ COS7 โดยผลจากการทำ western blot แสดงให้เห็นว่า ยีนกลายพันธุ์สามารถผลิตโปรตีนได้ตามปกติ สำหรับการตรวจสอบความสามารถในการทำงานของเอนไซม์ AGT โดยวิธี semiautomated spectrophotometric บ่งชี้ว่า เอนไซม์ AGT ที่ผลิตจากยีนกลายพันธุ์มีความสามารถในการทำงานลดลงประมาณ 69% เมื่อเทียบกับเอนไซม์ AGT ที่ผลิตจากยีนปกติ ส่วนการตรวจสอบตำแหน่งเป้าหมายภายในเซลล์ของเอนไซม์ AGT ที่กลายพันธุ์ โดยวิธี immunofluorescence พบว่าเอนไซม์ AGT ที่กลายพันธุ์ประมาณ 20% นั้นถูกส่งไปยังออร์แกเนลล์อื่นที่ผิดตำแหน่ง ไม่ได้ถูกส่งไปยังเพอร็อกซิโซมตามปกติ สรุปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงชนิด p.Pro11Arg นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดโรค PH1 โดยการลดความสามารถในการทำงานของเอนไซม์ และทำให้ตำแหน่งเป้าหมายภายในเซลล์เปลี่ยนแปลงไป

บรรณานุกรม :
เนลวัฒก์ กิ่งสุวรรณพงษ์ . (2554). การวิเคราะห์การทำงานของมิวเทชันใหม่ในยีน AGXT แบบ c.32C>G(p.Pro11Arg) ในครอบครัวชาวไทยที่เป็นโรค PH1.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เนลวัฒก์ กิ่งสุวรรณพงษ์ . 2554. "การวิเคราะห์การทำงานของมิวเทชันใหม่ในยีน AGXT แบบ c.32C>G(p.Pro11Arg) ในครอบครัวชาวไทยที่เป็นโรค PH1".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เนลวัฒก์ กิ่งสุวรรณพงษ์ . "การวิเคราะห์การทำงานของมิวเทชันใหม่ในยีน AGXT แบบ c.32C>G(p.Pro11Arg) ในครอบครัวชาวไทยที่เป็นโรค PH1."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
เนลวัฒก์ กิ่งสุวรรณพงษ์ . การวิเคราะห์การทำงานของมิวเทชันใหม่ในยีน AGXT แบบ c.32C>G(p.Pro11Arg) ในครอบครัวชาวไทยที่เป็นโรค PH1. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.