ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนและการลดความยากจน
นักวิจัย : อัญชนา ณ ระนอง , Anchana Na Ranong , วิโรจน์ ณ ระนอง , Wirot Na Ranong , สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย , Thailand Development Research Institute Foundation
คำค้น : Health Insurance Systems , Insurance, Health , Health Expenditures , ระบบประกันสุขภาพ , ประกันสุขภาพ , ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล , หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า , ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ , การลดความยากจน
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://hdl.handle.net/11228/1866 , WA74 อ519ผ ล.1 2550 , 50-010-8
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ชุดโครงการวิจัยประเมินผลกระทบของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านการเงินการคลัง: โครงการวิจัยการใช้ข้อมูลการสำรวจมาวัดผลกระทบของโครงการ 30 บาทฯ และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีต่อภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนและการลดความยากจน และการสร้างดัชนีชี้วัดความเป็นธรรมด้านสุขภาพ

รายงานเล่มที่ 1 ผลกระทบของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนและการลดความยากจน

การศึกษานี้เป็นการวัดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการจัดให้มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่มีต่อภาระค่าใช้จ่าย ด้านสุขภาพของประชาชน และการลดความยากจน โดยการศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความยากจน ได้ใช้วิธีวัด ความยากจนของครัวเรือนไทยตามวิธีการใหม่ งานวิจัยส่วนนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากงานของคณะผู้วิจัย (วิโรจน์ ณ ระนอง และคณะ 2547) ซึ่ง แม้ว่าจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวอ้างถึงบ่อยครั้งในวงสาธารณะรวมทั้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การศึกษา ดังกล่าวยังมีข้อจำกัดบางประการคือ ประการแรก การศึกษาดังกล่าวใช้ข้อมูลถึงเพียงปี 2545 ซึ่งเป็นช่วงที่ยังมีส่วนที่ overlap กับช่วงก่อนที่มีโครงการ 30 บาท2 และผลกระทบจากการดำเนินการของโครงการ 30 บาทในปีแรกเพียงปี เดียวก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะนำมาสรุปเป็นผลของโครงการนี้ได้อย่างมีน้ำหนักเพียงพอ รวมทั้งผลอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้หลังจากที่โครงการได้ดำเนินการมานานขึ้น และทุกฝ่ายผ่านการปรับตัวกันมากขึ้น (ตัวอย่างเช่น เหตุผลประการ หนึ่งที่ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการ 30 บาทฯ มักจะระบุว่า ผลที่ก่อให้เกิดความพึงพอใจค่อนข้างสูงในระยะแรกเกิดจาก สถานพยาบาลยังสามารถระดมเงินทุนสำรอง (เงินบำรุง) มาใช้ ซึ่งจะทำให้ผลดังกล่าวจะอยู่ได้ไม่นานและทัศนคติ ของประชาชนจะเปลี่ยนไปหลังจากที่โครงการผ่านไปได้ 2-3 ปี แต่ถ้าพิจารณาจากโพลล์ต่างๆ ที่ออกมาในระยะหลังก็ จะเห็นได้ว่าความนิยมของโครงการยังไม่มีแนวโน้มที่จะตกลงอย่างที่ท่านเหล่านั้นคาดการณ์เอาไว้) ซึ่งการขยาย ขอบเขตของการศึกษาให้ครอบคลุมช่วงหลังจากที่มีการดำเนินโครงการ 30 บาทฯ ให้นานขึ้น จะช่วยให้สามารถตอบ คำถามและข้อกังขาเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนและด้วยความมั่นใจมากขึ้น

สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย

บรรณานุกรม :