ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การทบทวนสถานการณ์ระบบบริการสาธารณสุขและการควบคุมคุณภาพตามธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2552 , Situation Analysis of Thailand’s Health Services System and Its Quality Control According to the Statute on National Health System B.E. 2552 (2009)
นักวิจัย : บวรศม ลีระพันธ์ , อัครินทร์ นิมมานนิตย์ , ดาริน จตุรภัทรพร
คำค้น : การบริการสาธารณสุข , การควบคุมคุณภาพ
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : มหาวิทยาลัยมหิดล. โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ , มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล , มหาวิทยาลัยมหิดล. โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : hs2058 , http://hdl.handle.net/11228/3865 , W84 บ189ก 2556 , 55-043
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ประเทศไทยมีการใช้ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เป็นพันธะสัญญาและ แผนที่ร่วมกันของสังคมเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดระบบสุขภาพที่พึงประสงค์มาเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่เนื่องจากระบบสุขภาพของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ทำให้หลักการ เป้าหมาย และมาตรการใน หมวด 6 ของธรรมนูญฯ ซึ่งเน้นการใช้กลไกภาครัฐ สนับสนุน ส่งเสริม และควบคุม กำกับ ดูแลคุณภาพบริการสาธารณสุข อาจเป็นกลไกที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เพียงพอสำหรับการสร้างระบบบริการสาธารณสุขที่พึงประสงค์ในสถานการณ์ปัจจุบัน รายงานการศึกษาฉบับนี้ เป็นการนำเสนอการทบทวนวรรณกรรมด้านระบบสุขภาพ และการ สังเคราะห์บทเรียนจากการทบทวนวรรณกรรมดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนสถานการณ์ ของระบบบริการสาธารณสุขและการควบคุมคุณภาพในระยะเวลาประมาณ 5-10 ปีที่ผ่านมา โดยเน้น การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบสุขภาพของประเทศไทยซึ่งอาจส่งผลถึงระบบบริการ สาธารณสุข และการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกลไกเพื่อพัฒนาระบบ บริการสาธารณสุขตามธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติฉบับปัจจุบัน เพื่อชี้ให้เห็นถึงประเด็น ด้านการควบคุมคุณภาพของระบบบริการสาธารณสุขที่ควรได้รับแก้ไขหรือเพิ่มเติม และสังเคราะห์ เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อใช้ในการยกร่างธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติฉบับต่อไปจากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า ปัจจัยและข้อจำกัดที่ทำให้ธรรมนูญฯ ฉบับปัจจุบัน อาจเป็นกลไกที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอสำหรับการสร้างระบบบริการสาธารณสุขที่พึงประสงค์ใน สถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก คือ การเปลี่ยนแปลงในระบบสุขภาพของ ประเทศไทย ซึ่งได้แก่: 1) การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรและสังคม เช่น การเปลี่ยนผ่าน เข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ อุบัติการณ์ของโรคที่เกิดจากวิถีชีวิตแบบคนเมืองเพิ่มมากขึ้น มีความ ต้องการบริการสุขภาพที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตคนเมืองมากขึ้น; 2) การเปลี่ยนแปลงของปัญหา สุขภาพ เช่น อุบัติการณ์ของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่มากขึ้น; 3) การเปลี่ยนแปลงด้านอุปทานของระบบ บริการสาธารณสุข เช่น มีการขยายตัวของบริการสุขภาพในภาคเอกชนอย่างรวดเร็ว; 4) การ เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและแนวคิดทางการเมืองการปกครองไปเป็นสังคมของ “พลเมือง” ที่มีพลัง และมีส่วนร่วมในระบบสุขภาพมากขึ้น ส่วนปัจจัยภายใน คือ ข้อจำกัดที่ธรรมนูญฯ ฉบับปัจจุบันอาจไม่สามารถใช้เป็นกลไกที่ เหมาะสมหรือเพียงพอในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่พึงประสงค์ในสถานการณ์ปัจจุบัน ได้แก่: 1) ธรรมนูญฯ มี “หลักการ” บางอย่างที่ขัดแย้งกันเอง เช่น มีการกำหนดให้ระบบบริการ สาธารณสุขต้องมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และราคาไม่แพง แต่บริการสาธารณสุขที่มีราคา ไม่แพงอาจไม่มีประสิทธิผลหรือประสิทธิภาพก็ได้; 2) มีการตั้ง “เป้าหมาย” ที่ไม่ได้ยึดโยงอยู่กับ แนวคิดเชิงระบบ และมีหลายเป้าหมายซึ่งสามารถวัดการบรรลุผลได้ยาก เช่น ระบบบริการ สาธารณสุขปฐมภูมิได้รับการยอมรับ ชุมชนและท้องถิ่นสามารถสร้างเสริมสุขภาพและพึ่งตนเอง หรือระบบบริการสาธารณสุขที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ในทุกระดับ; และ 3) มี “มาตรการ” ที่มุ่งเน้นการใช้กลไกภาครัฐในการควบคุม กำกับ ดูแล คุณภาพบริการสาธารณสุข ซึ่งอาจไม่เพียงพอ ที่จะทำให้เกิดบริการสาธารณสุขที่พึงประสงค์ในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย อย่างรวดเร็ว ข้อจำกัดดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่พึงประสงค์เพราะ: 1) คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติอาจไม่สามารถนำหลักการและมาตรการในธรรมนูญฯ ไปจัดการกับปัญหาด้านคุณภาพของระบบบริการสาธารณสุขในปัจจุบันอย่างได้ผล เนื่องจากการกลไกการควบคุมคุณภาพบริการสาธารณสุขโดยภาครัฐอาจมีข้อจำกัด 2) คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติอาจไม่สามารถหาหลักฐานเชิงประจักษ์ที่จะวัดการบรรลุ เป้าหมายในหมวด 6 ของธรรมนูญฯ ได้ หรือหากวัดได้ก็อาจไม่สามารถอธิบายคุณลักษณะที่ พึงประสงค์ของระบบบริการสาธารณสุขได้อย่างครบทุกมิติ หรืออาจเป็นการวัดที่ไม่ยืดหยุ่น เพียงพอสำหรับการวัดคุณภาพของการบริการสาธารณสุขแก่ทุกกลุ่มประชากร

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

บรรณานุกรม :