ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ทะเบียนผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน , Acute coronary syndrome registry
นักวิจัย : จาดศรี ประจวบเหมาะ , Chadsri Phajuabmo , กัมปนาท วีรกุล , รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ , Kamphanat Weerakul , Rangsarit Khanchanawanit , สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ , The Heart Association of Thailand Under the Royal Patronage
คำค้น : Coronary Disease , การพัฒนาคุณภาพบริการ , หลอดเลือดหัวใจ, โรค , การป้องกันและควบคุมโรค , Acute Coronary Syndrome Registry , ST elevation myocardial infraction (STEMI) , Non ST elevation myocardial infraction (NSTEMI) , Unstable angina (UA) , ทะเบียนผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน , ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด ST elevation , ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด Non ST elevation , ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : hs1139 , http://hdl.handle.net/11228/1191 , WG300 จ295ค 2547 , 46ค023
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

Research Title Acute coronary syndrome registryResearcher Chadsri Weerakul. et al.Funding Health Systems Research InstituteYear 2004AbstractObjective: To establish a national registration of acute coronary syndrome (ACS) registry in Thailand in order to study clinical epidemiology, determine the demographic, management practices and in-hospital outcomes of patients with ACS.Methods and results: Thai ACS registry is a multi-center prospective project of nationwide registration in Thailand. The enrollment of the patients started in August 2002. After one year, records of 3025 patients were collected from 16 hospitals. The patients were classified as ST elevation myocardial infarction (STEMI) (38.9%), non-ST-elevation myocardial infarction (NSTEMI)(35.6%) and unstable angina (UA)(25.5%). The mean age was 64.5 years old with 59.8% of male and 40.2% of female. The cardiovascular risk factors were 44.8% of diabetes mellitus, 62.1% of hypertension, 68.9% of dyslipidemia, and 31.9% of smoking. About 52% of the STEMI patients received reperfusion/revascularization therapy. The median time of door to needle was 100 minutes in patients received thrombolytic treatment and only 11% of them were received within 30 minutes after admission. The most complication of congestive heart failure was found 42.1% in ACS group. The total mortality rate was high in STEMI (16.2%) followed by NSTEMI (11.7%) and UA (3.1%) respectively. The mean length of hospital stay was 10 days.Conclusion: Thai ACS registry provides a detail of demographic, management practices and in-hospital outcomes of the patients with ACS. These data may have an impact on our health care system and alert the government to make a policy for these problems

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

เครือข่ายประสานงานวิจัยคลินิกสหสถาบัน

ชื่องานวิจัย โครงการทะเบียนผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชื่อผู้วิจัย จาดศรี ประจวบเหมาะ, และคณะแหล่งทุน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ปีที่พิมพ์ 2547บทคัดย่อโครงการทะเบียนผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ก่อตั้งขึ้นเพื่อศึกษาทางระบาดวิทยาการ ดําเนินโรคทางคลินิก ประเมินมาตรฐานการักษาโรคกกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในประเทศไทย โดยเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2545 ณ เวลาครบ 1 ปี มีผู้ป่วยในทะเบียนทั้งสิ้น 3,026 คน จาก 16 สถาบันทั่วประเทศ โดยแบบเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด ST elevation (STEMI) ร้อยละ 38.9 ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด Non ST elevation (NSTEMI) ร้อยละ 35.6 และผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (UA) ร้อยละ 25.5 อายุเฉลี่ย 64.8 ปี เป็นชายร้อยละ 59.8 หญิงร้อยละ 40.2 พบ ผูปวยเปนเบาหวานทั้งสิ้น ร้อยละ 44.8 ผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูงร้อยละ 62.1 ผู้ป่วยมีภาวะไขมันสูง ร้อยละ 68.9 ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ร้อยละ 31.9 ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลในสภาวะช็อคจากหัวใจ รอยละ 19.4 ร้อยละ 52 ของผู้ป่วย STEMI ได้รับ การรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดหรือการถางขยายเสนเลือดแบบเฉียบพลัน สําหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด พบค่ามัธยฐานของระยะเวลา door to needle เท่ากับ 100 นาที โดยมีเพียงร้อยละ 11 ที่ได้รับยาภายใน 30 นาที นับตั้งแตมาถึงโรงพยาบาล ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดคือภาวะหัวใจ ล้มเหลว โดยพบถึงร้อยละ 42.1 ของผู้ป่วยทั้งหมด ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันของไทยมีอัตราตายเฉลี่ย รอยละ 11 (โดยกลุ่ม STEMI มีอัตราการตายร้อยละ 16.2 กลุ่ม NSTEMI อัตราการตายร้อยละ 11.7 และกลุ่ม UA อัตราการตายร้อยละ 3.1 ) และมีระยะเวลานอนโรงพยาบาลเฉลี่ย 10 วัน ประโยชนที่ไดจากการศึกษานี้ 1.) ได้เห็นความแตกต่างของอัตราตาย อัตราโรคแทรก ปัจจัยเสี่ยงของ ผูปวยกลามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในประเทศไทย (เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เจริญแลว และไดปรับ “intervention”) และในแต่ละภูมิภาค (geographical areas) เพื่อปรับความแตกต่าง 2.) ได้สร้างกลุ่มนักวิจัย ระบบในการทําวิจัยชนิดสหสถาบัน ผู้บริหารจัดการของงานวิจัย และท้ายสุด คือ การตีพิมพผลงาน 3.) พบความชุกของเบาหวานในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ในสัดสวนที่สูงมาก และมีผลทําให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและอัตราตายสูง จึงมีความจําเป็นที่จะต้องจัดใหมี การรณรงคเพื่อการปองกัน การเฟ้นหาโรค และการรักษาโรคเบาหวานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเสียด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจํากัด 4.) สัดส่วนของผู้ป่วยที่มาถึงโรงพยาบาลใน ภาวะช็อคสูงกวาตางประเทศมาก ประเด็นนี้ควรได้รับการศึกษาต่อเพื่อทราบถึงสาเหตุที่แนชัดวาเปน ปจจัยทางชีวภาพ พฤติกรรมสุขภาพของประชาชน หรือจากระบบบริการสาธารสุขที่แตกตางกัน

บรรณานุกรม :