| ชื่อเรื่อง | : | การทบทวนเอกสารวิชาการสถานการณ์เชื้อดื้อยาในนานาประเทศ : สถานการณ์การใช้ยาปฏิชีวนะและเชื้อดื้อยา ระบบติดตามเฝ้าระวัง และการควบคุม |
| นักวิจัย | : | ศิริตรี สุทธจิตต์ |
| คำค้น | : | การป้องกันและควบคุมโรค , เชื้อดื้อยา , ยาปฏิชีวนะ , ระบบติดตามเฝ้าระวัง |
| หน่วยงาน | : | สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข |
| ผู้ร่วมงาน | : | มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คณะเภสัชศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | hs1555 , http://hdl.handle.net/11228/2526 , QV350 ศ445ก 2552 , 52-034 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | สวีเดน , ออสเตรเลีย , เกาหลีใต้ |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โรคติดเชื้อ ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของมนุษย์ในปัจจุบัน ทั้งในแง่อุบัติการณ์การเกิดโรคและการ เป็นสาเหตุการเสียชีวิต โดยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในประชากรกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุซึ่งมี จำนวนมากขึ้น ผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้ป่วยเรื้อรังที่มีอาการรุนแรงและรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็น เวลานาน เป็นต้น ในขณะเดียวกัน การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ในปัจจุบันก็มีอัตราการประสบ ความสำเร็จที่ต่ำลง เพราะปัญหาเชื้อดื้อยาที่เพิ่มสูงขึ้นจนกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก สั่นคลอนความมั่นคงระบบสุขภาพของทุกประเทศโดยไม่มีการแบ่งแยกดินแดน การดื้อยาของเชื้อ แบคทีเรียเกิดขึ้นได้ในธรรมชาติ และถูกเร่งให้เกิดมากขึ้นและเร็วขึ้นได้จากพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่างไม่เหมาะสมทั้งในมนุษย์และสัตว์ มีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องมากมายทำให้ปัญหามีความซับซ้อน และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน ทุกองค์กรในระบบยา เพื่อช่วยกันหยุดยั้งเชื้อดื้อยา รายงานการทบทวนเอกสารวิชาการ เรื่อง “สถานการณ์เชื้อดื้อยาในนานาประเทศ” ฉบับนี้ สรุป สถานการณ์การใช้ยาปฏิชีวนะและเชื้อดื้อยา ระบบติดตามการใช้ยาปฏิชีวนะ ระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา และการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะและเชื้อดื้อยา ของ 3 ประเทศซึ่งมีอัตราการใช้ยาปฏิชีวนะที่ต่ำ และ/ หรือมีอัตราการเกิดเชื้อดื้อยาที่ต่ำ อันได้แก่ ประเทศสวีเดน ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ พร้อมกับทบทวน กิจกรรมขององค์กรระดับนานาชาติที่มีการเคลื่อนไหวในเรื่องเชื้อดื้อยา ทั้งองค์การอนามัยโลก องค์กร ต่างๆในยุโรปและองค์กรนานาชาติอื่นๆ เพื่อการเรียนรู้และนำสู่ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาสำหรับ ประเทศไทย ในภาพรวม แม้สถานการณ์การใช้ยาปฏิชีวนะในสวีเดน ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ จะมีแนวโน้มที่ คงที่หรือควบคุมได้ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่จะพบว่าอุบัติการณ์การเกิดเชื้อดื้อยาบางกลุ่มก็ยังมี แนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในระดับที่ทำให้แต่ละประเทศต้องให้ความสนใจและเฝ้าจับตาเป็นพิเศษ ทั้งนี้พบว่า การใช้ยาปฏิชีวนะปริมาณมาก และปัจจัยร่วมอื่นๆ เช่น สภาวะของผู้ป่วย รวมถึงประเภทของ สถานพยาบาล และพื้นที่ที่แตกต่างกัน มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อดื้อยา ปัจจัยสำคัญที่น่าจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะและเชื้อดื้อยา ซึ่ง สามารถพบได้ในทั้งสามประเทศ โดยเฉพาะในออสเตรเลียและสวีเดน คือการที่ประเด็นการส่งเสริมการ ใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมและการจัดการเชื้อดื้อยาถูกจัดเป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลและหน่วยงาน ต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน ให้ความสำคัญและร่วมมือกันการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ดัง เห็นได้จากการมีหน่วยงาน (หรือเจ้าภาพ) และนโยบายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับเรื่องยาปฏิชีวนะและเชื้อ ดื้อยา ประกอบกับการสนับสนุนทรัพยากรการดำเนินการในรูปแบบต่างๆ vii การมีระบบติดตามการใช้ยาปฏิชีวนะที่เชื่อมกับฐานข้อมูลการให้บริการสุขภาพและการประกัน สุขภาพทั่วประเทศ และระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาแห่งชาติที่เชื่อมโยงข้อมูลจากห้องปฏิบัติการต่างๆทั่ว ประเทศทั้งของภาครัฐและเอกชน ทำให้ทั้งสามประเทศสามารถติดตามประเมินสถานการณ์ได้อย่าง ใกล้ชิดและทันต่อเหตุการณ์ นำสู่การวิเคราะห์หาพื้นที่และประชากรกลุ่มเสี่ยง เพื่อปรับเปลี่ยนนโยบาย และดำเนินการป้องกันแก้ไขอย่างเหมาะสมต่อไป นอกจากนี้แล้ว การ benchmarking สถานการณ์การ ใช้ยาและการดื้อยาในประเทศกับประเทศอื่น จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้จาก best practice และเตรียมตัว วางแผนการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลสถานการณ์การใช้ยาปฏิชีวนะและเชื้อดื้อ ยาควรได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชนด้วย เพื่อสร้างความตระหนักร่วมกันในสังคมและเพื่อง่ายต่อการ ดำเนินการควบคุมการใช้ยาและเชื้อดื้อยาในขั้นตอนต่อไป การควบคุมการเข้ามาในประเทศและการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน เป็น สิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะ ในระบบยา การควบคุมสามารถ ดำเนินการได้ตั้งแต่ขบวนการคัดเลือกยา การผลิตและนำเข้า การกระจายยา และการใช้ยา ซึ่งรวมการ วินิจฉัยโรค การสั่งจ่ายยา การจ่ายยาของบุคลากรทางการแพทย์ และการใช้ยาของผู้บริโภค การ ดำเนินการโดยอาศัยเพียงการปรับนโยบายหรือข้อบังคับอาจให้ผลในเวลาอันรวดเร็ว แต่อาจไม่เพียงพอ และมีผลกระทบเชิงลบได้ จึงควรต้องอาศัยวิธีที่หลากหลายทั้ง educational, managerial และ enforcement strategies โดยปรับใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีในปัจจุบันเช่น คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท genome GIS ให้เกิดประโยชน์ ปรับให้เหมาะสมและตรงกับประเด็นที่ต้องการแก้ไขในกลุ่มเป้าหมายให้ มากที่สุด และที่สำคัญ คือต้องมีการติดตามประเมินผลการดำเนินการต่างๆ และใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ นั้นสำหรับการวางแผนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในลำดับขั้นถัดไป เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและการพัฒนาที่ดี ขึ้น การสู้กับปัญหาเชื้อดื้อยาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและความรับผิดชอบของทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้อง โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นภาครัฐหรือเอกชน เป็นผู้ให้บริการหรือผู้รับบริการ นอกจากนี้ ยัง จำเป็นต้องเรียนรู้ตัวอย่างที่ดีจากต่างประเทศ และร่วมมือกับหน่วยงานอื่นในภายนอกประเทศด้วย เพราะปัญหาเชื้อดื้อยาไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไปแล้ว สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข |
| บรรณานุกรม | : |
ศิริตรี สุทธจิตต์ . (). .
: . ศิริตรี สุทธจิตต์ . . "".
: . ศิริตรี สุทธจิตต์ . "."
: , . Print. ศิริตรี สุทธจิตต์ . . : ; .
|
