ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความชุกและผลกระทบต่อระบบประสาทที่เกิดจากอาการชักโดยใช้การตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าสมองอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความชุกและผลกระทบต่อระบบประสาทที่เกิดจากอาการชักโดยใช้การตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าสมองอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลัน
นักวิจัย : โชติวุฒิ ตันศิริสิทธิกุล
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ , ชูศักดิ์ ลิโมทัย , ทายาท ดีสุดจิต
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46237
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

บทนำ: ภาวะชักที่เกิดภายหลังโรคหลอดเลือดสมองจัดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญในเวชปฏิบัติอย่างไรก็ตามข้อมูลการศึกษาด้วยการตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าสมองอย่างต่อเนื่องโดยวิธีมาตรฐาน (Continuous EEG Monitoring: CEEG monitoring) เพื่อตรวจหาภาวะชักไร้เกร็งกระตุกภายหลังการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันในระยะเฉียบพลัน (Acute Post-Ischemic Stroke Non-Convulsive Seizure: AIS-NCS) ยังมีข้อมูลการศึกษาในปัจจุบันน้อย วัตถุประสงค์: เพื่อหาความชุก, ปัจจัยเสี่ยงทางคลินิก ของการเกิดภาวะ AIS-NCS และพยากรณ์โรคทางระบบประสาทในผู้ป่วยที่เกิดภาวะ AIS-NCS เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่ตรวจไม่พบภาวะดังกล่าว วัสดุและวิธีการ: การศึกษานี้ทำในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลันที่มีอาการเริ่มต้นไม่เกิน 72 ชั่วโมง และมีลักษณะอาการทางคลินิก และหรือการตรวจทางภาพวินิจฉัย บ่งชี้ว่ามีการตายของผิวสมอง (cortical infarction) จากการขาดเลือด ซึ่งได้รับไว้รักษาในหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน 60 ราย ผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการตรวจ cEEG monitoring เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อหาความชุกของการเกิดภาวะ AIS-NCS รวมถึงการวิเคราะห์หาข้อมูลปัจจัยเสี่ยงทางคลินิก และพยากรณ์โรคทางระบบประสาทของผู้ป่วยในกลุ่มที่มีภาวะ AIS-NCS เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะนี้ ผลการศึกษา: จากผู้ป่วยที่คัดเข้าในการศึกษาจำนวน 60 ราย ไม่พบผู้ป่วยที่มีภาวะ AIS-NCS อย่างไรก็ตามพบว่ามีลักษณะคลื่นไฟฟ้าสมองผิดปกติชนิด Interictal Epileptiform Discharges (IEDs) ในผู้ป่วยจำนวน 13 ราย (คิดเป็นร้อยละ 21.7) โดยพบว่ามีปัจจัยที่สัมพันธ์กับการตรวจพบ IEDs คือ การตรวจพบภาวะสมองบวมเบียดดันเนื้อสมองฝั่งตรงข้าม (midline shift) และการตรวจพบตำแหน่งของเนื้อสมองขาดเลือดมากกว่า 1 เส้น ในแง่พยากรณ์โรคทางระบบประสาทพบว่าการตรวจพบ IEDs สัมพันธ์กับค่าความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมองจากแบบประเมิน NIHSS เมื่อจำหน่าย และความพิการทางระบบประสาทจากแบบประเมิน MRS เมื่อประเมินที่ระยะเวลา 1, 4 และ 12 สัปดาห์ภายหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง สูงกว่ากลุ่มที่ตรวจไม่พบ IEDs อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติการวิเคราะห์ด้วย Binary logistic regression เพื่อหาปัจจัยที่ช่วยพยากรณ์ความพิการพบว่าการตรวจพบ IEDs บ่งชี้ถึงพยากรณ์โรคที่ไม่ดีที่ระยะเวลา 3 เดือน ภายหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง [P = 0.01, OR 31.81 (95% CI, 2.31 – 437.255)]. สรุป: ภาวะ AIS-NCS พบได้น้อยมากในผู้ป่วยที่เกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันในระยะเฉียบพลัน อย่างไรก็ตามลักษณะความผิดปกติทางคลื่นไฟฟ้าสมองชนิด IEDs เป็นปัจจัยพบมีความสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดสมองที่รุนแรงและพยากรณ์โรคทางระบบประสาทที่ไม่ดีภายหลังการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

บรรณานุกรม :
โชติวุฒิ ตันศิริสิทธิกุล . (2557). ความชุกและผลกระทบต่อระบบประสาทที่เกิดจากอาการชักโดยใช้การตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าสมองอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โชติวุฒิ ตันศิริสิทธิกุล . 2557. "ความชุกและผลกระทบต่อระบบประสาทที่เกิดจากอาการชักโดยใช้การตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าสมองอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โชติวุฒิ ตันศิริสิทธิกุล . "ความชุกและผลกระทบต่อระบบประสาทที่เกิดจากอาการชักโดยใช้การตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าสมองอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
โชติวุฒิ ตันศิริสิทธิกุล . ความชุกและผลกระทบต่อระบบประสาทที่เกิดจากอาการชักโดยใช้การตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าสมองอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.