| ชื่อเรื่อง | : | การประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อแก้ไขมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู |
| นักวิจัย | : | ชนิกามาศ จันทร์เจริญสุข |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อวยพร เรืองตระกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46152 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 การวิจัยนี้มีวัตุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ลักษณะมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู และ 2) เปรียบเทียบมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูที่มีการประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ก่อนและหลังการทดลอง ตัวอย่างวิจัย คือ ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีบัญชีผู้ใช้เฟสบุค (Facebook) จำนวน 42 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (quasi experiment design) แบบศึกษากลุ่มเดียววัดสองครั้ง มีระยะเวลาดำเนินการวิจัย 12 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดมโนทัศน์ในการทำในชั้นเรียนของครู ซึ่งแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านความเชื่อเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน และด้านความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยง .87 และ .76 ตามลำดับ ค่าความตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง .60-1.00 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง .33-.80 และค่าความยากอยู่ระหว่าง .23-.73 โดยแบบวัดในแต่ละด้านจะแบ่งประเด็นย่อยออกเป็น 4 ประเด็น คือ การกำหนดประเด็นปัญหาวิจัย รูปแบบการทำวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย และการสะท้อนคิดจากผลการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยายและการทดสอบความแตกต่างโดยใช้ไคสแควร์ (Chi-square) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) ผลการศึกษาลักษณะมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูก่อนการทดลองตามรายด้านและรายประเด็นย่อย พบว่า ด้านความเชื่อเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน ในภาพรวมครูส่วนใหญ่มีมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในบางส่วน โดยประเด็นที่พบความคลาดเคลื่อนบางส่วนมากที่สุด คือ ด้านระเบียบวิธีวิจัย รองลงมา คือ ด้านการกำหนดประเด็นปัญหาวิจัย ส่วนด้านความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน พบว่า ในภาพรวมครูส่วนใหญ่มีมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนบางส่วน โดยประเด็นที่พบความคลาดเคลื่อนบางส่วนมากที่สุด คือ ด้านระเบียบวิธีวิจัย 2) ผลการศึกษาเปรียบเทียบมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูที่มีการประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ก่อนและหลังการทดลอง พบว่า ในภาพรวมหลังการทดลอง ครูมีระดับ มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนที่ลดลง ทั้งในด้านความเชื่อเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน และด้านความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยในด้านความเชื่อเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน ครูมีมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนลดลงในประเด็นย่อยด้านระเบียบวิธีวิจัย ด้านรูปแบบการทำวิจัย และด้านการกำหนดประเด็นปัญหาวิจัย ตามลำดับ ส่วนด้านความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน ครูมีมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนลดลงเฉพาะในประเด็นย่อยด้านระเบียบวิธีวิจัย |
| บรรณานุกรม | : |
ชนิกามาศ จันทร์เจริญสุข . (2557). การประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อแก้ไขมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนิกามาศ จันทร์เจริญสุข . 2557. "การประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อแก้ไขมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนิกามาศ จันทร์เจริญสุข . "การประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อแก้ไขมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. ชนิกามาศ จันทร์เจริญสุข . การประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อแก้ไขมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
