| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการศึกษานอกระบบเพื่อเสริมสร้างการดูแลสุขภาพตนเองแบบองค์รวมของผู้รับบริการในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ |
| นักวิจัย | : | ประศักดิ์ สันติภาพ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล , เกียรติวรรณ อมาตยกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45909 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมการศึกษานอกระบบเพื่อเสริมสร้างการดูแลสุขภาพตนเองแบบองค์รวมของผู้รับบริการในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้รับบริการในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิในจังหวัด กาฬสินธุ์ที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 31 คน รวม 62 คนด้วยวิธีจับคู่ โดยควบคุมอายุ สถานะทางสังคมเศรษฐกิจ ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด กลุ่มทดลองจะเข้าร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมเป็นเวลา 12 สัปดาห์รวม 108 ชั่วโมงโดยวิเคราะห์ผลก่อนและหลังการทดลอง ผลจากการวิจัยมี ดังนี้ 1) รูปแบบกิจกรรมอันเกิดจากการบูรณาการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่พัฒนาขึ้นมี 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ขั้นเตรียมการระดับมหภาค ขั้นเตรียมการระดับจุลภาค(ชุมชน) ขั้นดำเนินโครงการ ขั้นขยายผลโครงการ และ 12 ขั้นตอนย่อย คือ (1) การกำหนดวัตถุประสงค์และเลือกหลักการการเรียนรู้ (2)การกำหนดเนื้อหาและเลือกประสบการณ์การเรียนรู้ (3) การทดสอบ (4) การประเมินผลความเหมาะสมปลอดภัย (5) การสำรวจชุมชน (6) การประเมินบริบทชุมชน (7)การนำแหล่งเรียนรู้ ทรัพยากรเรียนรู้ในชุมชนมาประยุกต์ใช้ (8) การปรับปรุงกิจกรรมด้วยใช้หลัก วิกฤติ วิพากษ์วิจารณ์ วินิจวิเคราะห์ วิสัยเปลี่ยน/ทัศนคติเปลี่ยน (9) การดำเนินกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยเชิงบูรณาการ (10) การประเมินผล (11) การตรวจสอบปัจจัยเงื่อนไข และ (12) การรายงานนำเสนอคู่มือ 2) ผลการทดลองใช้รูปแบบกิจกรรมฯที่พัฒนาขึ้น พบว่า กลุ่มทดลองมีความรู้เพิ่มขึ้น(ค่าเฉลี่ยมากขึ้น 4.26) ทัศนคติเชิงบวกดีขึ้น(ค่าเฉลี่ยมากขึ้น 0.17) ทัศนคติเชิงลบลดลง(ค่าเฉลี่ยน้อยลง 0.09) พฤติกรรมเชิงบวกดีขึ้น(ค่าเฉลี่ยมากขึ้น 0.24) พฤติกรรมเชิงลบลดลง(ค่าเฉลี่ยน้อยลง 0.09) นอกจากนี้พบว่า การใช้ยาลดลง ดัชนีมวลกายลดลง เส้นรอบเอวลดลง อารมณ์เชิงบวกดีขึ้น อารมณ์เชิงลบลดลง และแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (p-value<0.05) 3) ปัจจัยส่งเสริมการจัดกิจกรรมตามรูปแบบกิจกรรมฯที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย ความร่วมมือของชุมชน กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ให้เกิดการตีความเอง เนื้อหาที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการ เงื่อนไขของการใช้รูปแบบกิจกรรมฯ ประกอบด้วย การกำหนดเวลาและระยะเวลา แหล่งเรียนรู้ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ในการตีความ และสถานที่จัดกิจกรรมต้องสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของประชาชนในชุมชน 4) ผลการประเมินคู่มือและรูปแบบกิจกรรมอันเกิดจากการบูรณาการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยู่ในระดับดีมาก |
| บรรณานุกรม | : |
ประศักดิ์ สันติภาพ . (2557). การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการศึกษานอกระบบเพื่อเสริมสร้างการดูแลสุขภาพตนเองแบบองค์รวมของผู้รับบริการในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ประศักดิ์ สันติภาพ . 2557. "การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการศึกษานอกระบบเพื่อเสริมสร้างการดูแลสุขภาพตนเองแบบองค์รวมของผู้รับบริการในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ประศักดิ์ สันติภาพ . "การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการศึกษานอกระบบเพื่อเสริมสร้างการดูแลสุขภาพตนเองแบบองค์รวมของผู้รับบริการในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. ประศักดิ์ สันติภาพ . การพัฒนารูปแบบกิจกรรมการศึกษานอกระบบเพื่อเสริมสร้างการดูแลสุขภาพตนเองแบบองค์รวมของผู้รับบริการในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
