| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนากระบวนการการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะสำหรับพระสงฆ์ |
| นักวิจัย | : | ชนินทร์ ต่วนชะเอม |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วีรฉัตร์ สุปัญโญ , วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45891 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.พัฒนากระบวนการการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับพระสงฆ์เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะ 2.ศึกษาผลการพัฒนากระบวนการ การศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับพระสงฆ์เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะ 3.ศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากระบวนการ การศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับพระสงฆ์เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะ และ 4.พัฒนายุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการ การศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับพระสงฆ์เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของพระสงฆ์ ได้แก่พระสงฆ์ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 500 รูป กลุ่มตัวอย่างในการพัฒนากระบวนการ ได้แก่พระสงฆ์3รูปที่สมัครใจเข้าร่วมกระบวนการเครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย สถิติบรรยายและการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย พบว่า 1.พระสงฆ์ส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องการฉันอาหารไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ และการไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยปัญหาด้านสุขภาวะของพระสงฆ์ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1)การฉันอาหารครบ 5 หมู่ 2) การออกกำลังกายที่เหมาะสม 3) การตรวจสุขภาพ 4) การนำผลการตรวจมาดูแลตัวเอง 5) การหาความรู้ที่ถูกต้องเรื่องการดูแลสุขภาพ ในขณะที่พระสงฆ์มีความต้องการในเรื่องการรักษาสุขภาพ และการหาความรู้ที่ถูกต้อง รวมทั้งมีความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้มีความเป็นรูปธรรมชัดเจน 2.กระบวนการการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับพระสงฆ์เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะ ประกอบด้วย 1.) วิเคราะห์ปัญหา ประเมินและวินิจจัยความต้องการการเรียนรู้ ทางด้านสุขภาวะ 2.) กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายการเรียนรู้ 3.) ออกแบบแนวทางการเรียนรู้ 4.) กำหนดแนวทางการประเมินความสำเร็จ 5.) สร้างเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลความฉลาดทางสุขภาวะ 3.ผลการวิเคราะห์คะแนนความฉลาดทางสุขภาวะ ก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า พระสงฆ์มีคะแนนความฉลาดด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมหลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ในขณะที่ผลการสัมภาษณ์ พบว่า พระสงฆ์ที่เข้าร่วมโครงการเห็นว่า กิจกรรมทั้งหมดมีความเหมาะสมสำหรับพระสงฆ์ ทำให้รู้จักดูแลตนเองได้ เข้ากับผู้อื่นได้ ในสังคม ชุมชน ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น สุขภาพจิตสดชื่น ได้รับสาระประโยชน์ 4. ปัจจัยส่งเสริมในการนำกิจกรรมไปใช้ ประกอบด้วย 1) ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ 2) ด้านผู้เรียน 3) ด้านกระบวนการ 4) ด้านเนื้อหาสาระ และเงื่อนไขการนำกิจกรรมไปใช้ ประกอบด้วย 1) ด้านสถานที่ 2) ด้านเวลา 3) ด้านผู้เรียน 5.ยุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับพระสงฆ์เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะสำหรับพระสงฆ์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การวางแนวทางการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะสำหรับพระสงฆ์ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การวางแนวทางประเมินผลการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะสำหรับพระสงฆ์ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างความต่อเนื่องของกระบวนการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะสำหรับพระสงฆ์ |
| บรรณานุกรม | : |
ชนินทร์ ต่วนชะเอม . (2557). การพัฒนากระบวนการการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะสำหรับพระสงฆ์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนินทร์ ต่วนชะเอม . 2557. "การพัฒนากระบวนการการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะสำหรับพระสงฆ์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนินทร์ ต่วนชะเอม . "การพัฒนากระบวนการการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะสำหรับพระสงฆ์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. ชนินทร์ ต่วนชะเอม . การพัฒนากระบวนการการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อสร้างเสริมความฉลาดทางสุขภาวะสำหรับพระสงฆ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
