| ชื่อเรื่อง | : | ความชุก และปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล และซึมเศร้าในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีทวารเทียมทางหน้าท้องในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย |
| นักวิจัย | : | วิลาสินี พิพัฒน์ผล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ , โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45745 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ณ.จุดเวลาใด เวลาหนึ่ง (Cross-Sectional Descriptive study) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุก (Prevalence) และปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ที่มีทวารเทียมทางหน้าท้อง ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ที่ได้รับการผ่าตัดเปิดทวารเทียมทางหน้าท้อง ที่มารับบริการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก คลินิกศัลยกรรม ตึก ภปร.ชั้น 6 จำนวน 80 ราย ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม จนถึง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 โดยให้ผู้ป่วยตอบแบบสอบถามทั้งหมด 4 ส่วน ด้วยตนเอง ได้แก่ 1) ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลด้านการรักษา 2) แบบสอบถามความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง 3) แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม 4) แบบวัดภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า Thai-HADS การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ Chi-Square test สหสัมพันธ์ของเพียรสัน (Pearson Correlation) และใช้สถิติ Multivariate Logistic Regression analysis เพื่อหาปัจจัยทำนายภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าโดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ มีความชุกของภาวะวิตกกังวล ร้อยละ 35 และความชุกของภาวะซึมเศร้าร้อยละ 10 และพบว่าปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ได้แก่ อายุ ระยะเวลาในการเจ็บป่วย ระยะเวลาที่มีทวารเทียม ภาวะแทรกซ้อนที่ผู้ป่วยหรือกลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในเรื่อง การเข้าสังคม ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และการสนับสนุนทางสังคม และปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ได้แก่ ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และการสนับสนุนทางสังคม และมีปัจจัยที่ทำนายภาวะวิตกกังวล ได้แก่ อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (OR=5.07; 95%CI=1.57-16.42) ระยะเวลาในการเจ็บป่วยน้อยกว่า 6 เดือน (OR=5.19; 95%CI=1.14-23.64) และระยะเวลาที่มีทวารเทียมน้อยกว่า 3 เดือน (OR=4.96, 95%CI=1.58-15.58) แต่ไม่สามารถหาปัจจัยทำนายของภาวะซึมเศร้าได้เนื่องจากไม่ตรงตามเงื่อนไขที่มีผู้ป่วยแค่ 8 case เท่านั้น ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และการสนับสนุนทางสังคมเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีทวารเทียมทางหน้าท้อง ดังนั้นการส่งเสริมความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และการสนับสนุนทางสังคม อาจจะช่วยลดภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ได้รับการผ่าตัดเปิดทวารเทียมทางหน้าท้องได้ วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 |
| บรรณานุกรม | : |
วิลาสินี พิพัฒน์ผล . (2557). ความชุก และปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล และซึมเศร้าในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีทวารเทียมทางหน้าท้องในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิลาสินี พิพัฒน์ผล . 2557. "ความชุก และปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล และซึมเศร้าในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีทวารเทียมทางหน้าท้องในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิลาสินี พิพัฒน์ผล . "ความชุก และปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล และซึมเศร้าในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีทวารเทียมทางหน้าท้องในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. วิลาสินี พิพัฒน์ผล . ความชุก และปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล และซึมเศร้าในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่มีทวารเทียมทางหน้าท้องในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
