ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย
นักวิจัย : วัชริน มีรอด
คำค้น : การค้าเสรี , อุตสาหกรรม -- ไทย , ภาษีศุลกากร
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย , ไพฑูรย์ วิบูลชุติกุล
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : 9476368249 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45602
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาษีศุลกากรซึ่งจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนั้น วิทยานิพนธ์นี้ใช้การวัดอัตราการคุ้มครองตามราคา (Nominal Rates of Protection : NRP) และอัตราการคุ้มครองที่แท้จริง (Effective Rates of Protection : ERP) ในช่วงปี พ.ศ.2533-2540 โดยคำนวณจากอัตราภาษีตามกฎหมายและอัตราภาษีที่เก็บได้จริง การศึกษาอัตราการคุ้มครองตามราคาในปีพ.ศ.2533, 2535, 2538, และ 2540 โดยใช้อัตราภาษีตามกฎหมายจะพบว่าอุตสาหกรรมของไทยมีอัตราการคุ้มครองตามราคาเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 40.00, 39.71, 18.81, และ 14.17 ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าอัตราการคุ้มครองตามราคาเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในแต่ละปีลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษี ในส่วนของอัตราการคุ้มครองตามราคาที่คำนวณจากภาษีที่เก็บได้จริงนั้นมีค่าต่ำกว่าอัตรภาษีตามกฎหมายถึงเกือบเท่าตัว กล่าวคือ อัตราการคุ้มครองตามราคาโดยใช้อัตราภาษีที่เก็บได้จริงมีค่าเท่ากับร้อยละ 15.15, 13.58, 8.62, และ 6.92 ในปีพ.ศ.2533, 2535, 2538, และ 2540 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาอัตราการคุ้มครองตามราคาในช่วงพ.ศ.2533-2540 จะพบว่ามีข้อน่าสังเกตอย่างน้อย 2 ประการ ประการแรกแม้ว่าการคุ้มครองตามราคาจะมีค่าสูงมากโดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากอัตราภาษีตามกฎหมายแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมที่มีค่า NRP สูง จะต้องเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐต้องการให้ความคุ้มครอง ประการที่สอง ความลำเอียงที่เกิดจากมาตรการภาษียังคงมีอยู่ แม้ว่าโดยภาพรวมแล้วอุตสาหกรรมจะได้รับการคุ้มครองที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของอัตราภาษีรายอุตสาหกรรมซึ่งวัดโดยค่าความแปรปรวนยังลดลงไม่มากนัก ในด้านของอัตราการคุ้มครองที่แท้จริง (ERP) ตามแนวคิดของ Balassa โดยใช้อัตราภาษีตามกฎหมาย ในปี 2533, 2535, 2538, และ 2540 พบว่าอุตสาหกรรมไทยมีค่า ERP เฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 95.52, 56.79, 23.81 และ 14.78 ตามลำดับ ขณะที่ ERP ตามแนวความคิดของ Corden ในช่วงเวลาเดียวกันมีค่าเท่ากับร้อยละ 53.13, 48.28, 21.48, และ 14.73 ตามลำดับในด้านของ ERP ที่คำนวณจากอัตราภาษีที่เก็บได้จริง ตามแนวความคิดของ Balassa มีค่าเท่ากับร้อยละ 32.04, 28.33, 16.18, และ 12.48 ตามลำดับ ขณะที่ ERP Corden มีค่าเท่ากับร้อยละ 15.58, 13.51, 7.65, และ 6.37 ตามลำดับ โดยสรุปแล้ว การศึกษาพบว่า นโยบายการปรับลดภาษีและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีตามแผนการปรับลดจำนวนอัตราภาษีจาก 39 อัตรา ให้เหลือ 6 อัตรานั้น ถ้าหากสามารถนำไปปฏิบัติเป็นรูปธรรมได้แล้ว จะช่วยให้ระบบภาษีมีความเป็นกลางมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม โครงสร้างภาษีจากต้นทศวรรษ 1990 จนถึงปัจจุบันยังคงจะต้องปรับทางด้านความเป็นกลางต่อไป เนื่องจากอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้ายังคงเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับการคุ้มครองสูงสุด ขณะที่อุตสาหกรรม

วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539

บรรณานุกรม :
วัชริน มีรอด . (2539). การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัชริน มีรอด . 2539. "การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัชริน มีรอด . "การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print.
วัชริน มีรอด . การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.