| ชื่อเรื่อง | : | ผลของวิธีสอนประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกแบบผสมผสานที่มีต่อผลการเรียนรู้ของนักศึกษาปริญญาตรี วิชาเอกดนตรี : กรณีศึกษาการสอนประวัติศาสตร์ดนตรีบาโรก |
| นักวิจัย | : | ธีรพงศ์ บำเพ็ญทาน |
| คำค้น | : | Music -- Study and teaching (Higher education) , Music -- 17th century , Learning , ดนตรี -- การศึกษาและการสอน (อุดมศึกษา) , ดนตรี -- คริสต์ศตวรรษที่ 17 , การเรียนรู้ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , ณัฐวุฒิ บริบูรณ์วิรีย์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2555 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45047 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาวิธีการสอนประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกสำหรับผู้เรียนระดับอุดมศึกษา 2) เพื่อศึกษาผลของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกด้วยการสอนแบบผสมผสานในด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย 3) เพื่อศึกษาความแตกต่างของผลของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกระหว่างการสอนแบบผสมผสานและการสอนแบบบรรยาย วิธีดำเนินการวิจัยเป็นการสืบค้นเอกสาร การสัมภาษณ์ และการทดลอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือนิสิตชั้นปีที่ 1 ภาควิชาดุริยางคศาสตร์สากล คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ ที่ศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 จำนวน 20 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ 1 และ 2 กลุ่มละ 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 6 ชนิด คือ 1) แบบสัมภาษณ์ผู้สอนประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตก 2) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการสอนเนื้อหาประวัติศาสตร์ทั่วไปกับเรื่องคัดเฉพาะด้วยการสอนแบบผสมผสาน 3) แผนการจัดการเรียนการสอนเนื้อหาประวัติศาสตร์ทั่วไปด้วยการสอนแบบบรรยาย 4) แบบวัดผลการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย 5) แบบวัดผลการเรียนรู้ด้านทักษะพิสัย 6) แบบวัดผลการเรียนรู้ด้านจิตพิสัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test for dependent Sample และ t-test for Independent Sample (Difference Scores) ผลการวิจัยมีดังนี้ 1) จากการสัมภาษณ์และประมวลเอกสาร พบว่าวิธีการสอนประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกที่เหมาะสมคือการสอนเน้นเนื้อหา (subject based) ด้วยการสอนผสมผสาน 2) ผลการทดลองพบว่าผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ได้รับการสอนแบบผสมผสานทั้งด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัยมากขึ้นหลังการทดลองอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 ส่วนกลุ่มที่ได้รับการสอนแบบบรรยาย ด้านพุทธิพิสัย และทักษะพิสัยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนด้านจิตพิสัยแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ผลการเรียนรู้ระหว่างการสอนแบบผสมผสานและแบบบรรยายในทุกด้านไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555 |
| บรรณานุกรม | : |
ธีรพงศ์ บำเพ็ญทาน . (2555). ผลของวิธีสอนประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกแบบผสมผสานที่มีต่อผลการเรียนรู้ของนักศึกษาปริญญาตรี วิชาเอกดนตรี : กรณีศึกษาการสอนประวัติศาสตร์ดนตรีบาโรก.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีรพงศ์ บำเพ็ญทาน . 2555. "ผลของวิธีสอนประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกแบบผสมผสานที่มีต่อผลการเรียนรู้ของนักศึกษาปริญญาตรี วิชาเอกดนตรี : กรณีศึกษาการสอนประวัติศาสตร์ดนตรีบาโรก".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธีรพงศ์ บำเพ็ญทาน . "ผลของวิธีสอนประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกแบบผสมผสานที่มีต่อผลการเรียนรู้ของนักศึกษาปริญญาตรี วิชาเอกดนตรี : กรณีศึกษาการสอนประวัติศาสตร์ดนตรีบาโรก."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print. ธีรพงศ์ บำเพ็ญทาน . ผลของวิธีสอนประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกแบบผสมผสานที่มีต่อผลการเรียนรู้ของนักศึกษาปริญญาตรี วิชาเอกดนตรี : กรณีศึกษาการสอนประวัติศาสตร์ดนตรีบาโรก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.
|
