| ชื่อเรื่อง | : | กระบวนการสร้างสรรค์ละครเพลง เพื่อสื่อสารความรู้เรื่องสถิติ |
| นักวิจัย | : | จตุพร สุวรรณสุขุม |
| คำค้น | : | Motion pictures in education , สถิติ -- การศึกษาและการสอน (อุดมศึกษา) , ภาพยนตร์เพื่อการศึกษา , Statistics -- Study and teaching (Higher) |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2555 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45139 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555 วิทยานิพนธ์เรื่องนี้เป็นการทดลองเปลี่ยนช่องทางการสื่อสารจากรูปแบบเดิมๆสู่สื่อที่เป็นละครเพลง เพื่อลดการสร้างทัศนคติเชิงลบแก่ผู้เรียนวิชาสถิติ โดยช่องทางการสอนแบบใหม่นี้จะสามารถลดอคติที่มีต่อวิชาสถิติและสามารถทำให้ผู้เรียนสามารถเปิดใจรับความรู้ที่แฝงมากับความสนุกสนานของละคร โดยวัตถุประสงค์ข้อแรกคือเพื่อเข้าใจกระบวนการผลิตละครเวทีแบบมิวสิคัล สำหรับใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารโดยวัตถุประสงข้อนี้ผู้วิจัยได้ลงมือสร้างละครเพลง Normal Curve, I love You ขึ้นมาเพื่อที่จะทราบกระบวนการทำงาน โดยแยกตามลำดับการสร้างงานดังนี้คือ ขั้นก่อนการแสดงตั้งแต่การคิดขอบเขตของเนื้อหาทางสถิติ การประยุกต์เนื้อหาดังกล่าวมาเป็นตัวบท และการเปลี่ยนแปลงตัวบทไปสู่เพลง และเพลงที่แต่งขึ้นสามารถสื่อสารให้เกิดการเรียนรู้จดจำ และเปลี่ยนทัศนคติต่อวิชาสถิติได้มากน้อยเพียงไรโดยผู้วิจัยได้พรรณนากระบวนการต่างๆที่ทำให้เกิดเป็นละครเวทีขึ้นมา สำหรับวัตถุประสงค์อีกสองข้อคือเพื่อวัดผลความเปลี่ยนแปลงของทัศนคติที่มีต่อวิชาสถิติหลังจากการเปลี่ยนช่องทางในการสื่อสารเป็นรูปแบบมิวสิคัลและเพื่อวัดผลประสิทธิภาพในการเพิ่มความเข้าใจค่าพื้นฐานต่างๆทางสถิติที่เกิดจากการสื่อสารจากช่องทางการใช้สื่อการสอนในรูปแบบละครมิวสิคัล หลังจากแสดงทั้งหมด 5 รอบการแสดง ผู้วิจัยได้คำนวณหาค่าเฉลี่ยของทัศนคติทั้งก่อนและหลังชมละครเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงไปของค่าทัศนคติที่เกิดขึ้น โดยเมื่อนำค่าเฉลี่ยทั้งสองส่วนมาเปรียบเทียบดูจะเห็นว่า ค่าเฉลี่ยทัศนคติหลังชมการแสดงเพิ่มขึ้นอย่างมีระดับนัยสำคัญที่ 0.05โดยค่าที่วัดก่อนการแสดงคือ 20.244แต่เมื่อวัดค่าหลังการแสดง ค่าเฉลี่ยกลับเพิ่มขึ้นเป็น 26.640และในส่วนของความเข้าใจ ผู้วิจัยได้ประมวลผลก่อนและหลังการแสดง และได้ค่า T-test มีค่า -21.688ค่าSigมีค่า.000 ดังนั้น จึงสามารถสรุปได้ว่าละครเพลง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพความเข้าใจค่าสถิติพื้นฐาน ทำให้ผู้ชมมีความเข้าใจเนื้อหามากขึ้นที่ ระดับ นัยสำคัญ 0.05 |
| บรรณานุกรม | : |
จตุพร สุวรรณสุขุม . (2555). กระบวนการสร้างสรรค์ละครเพลง เพื่อสื่อสารความรู้เรื่องสถิติ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จตุพร สุวรรณสุขุม . 2555. "กระบวนการสร้างสรรค์ละครเพลง เพื่อสื่อสารความรู้เรื่องสถิติ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จตุพร สุวรรณสุขุม . "กระบวนการสร้างสรรค์ละครเพลง เพื่อสื่อสารความรู้เรื่องสถิติ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print. จตุพร สุวรรณสุขุม . กระบวนการสร้างสรรค์ละครเพลง เพื่อสื่อสารความรู้เรื่องสถิติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.
|
