| ชื่อเรื่อง | : | ศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ศูนย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี |
| นักวิจัย | : | วัฒนา รัตนพรหม |
| คำค้น | : | โครงการเพาะพันธุ์ปัญญา |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5640014 , http://research.trf.or.th/node/9372 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานฐานวิจัย ภายใต้ชื่อโครงการ“เพาะพันธุ์ปัญญามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี” มีเป้าหมายในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานฐานวิจัย (Research Based Learning) ของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของนักเรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์และการคิดเชิงระบบ มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 10 โรงเรียน เป็นโรงเรียนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 5 โรงเรียน ได้แก่ 1) โรงเรียนนาสาร 2) โรงเรียนบ้านนาวิทยาคม 3) โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุราษฎร์ธานี 4) โรงเรียนมัธยมบ้านทำเนียบ 5) โรงเรียนเทพมิตรศึกษา และโรงเรียนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 5 โรงเรียน ได้แก่ 1) โรงเรียนเสม็ดจวนวิทยาคม 2) โรงเรียนพระพรหมพิทยานุสรณ์ 3) โรงเรียนปากพนัง 4) โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช 5) โรงเรียนเบญจมราชูทิศ มีโรงเรียนถอนตัวออกจากโครงการ 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนนาสาร และโรงเรียนเทพมิตรศึกษา และชะลอการเข้าร่วมโครงการ 1 โรงเรียน คือโรงเรียนมัธยมบ้านทำเนียบคงเหลือโรงเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 7 โรงเรียน ในแต่ละโรงเรียนมีครูแกนนำโรงเรียนละ 5 คน รวม 35 คน มีนักเรียนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัยทั้งสิ้น 257 คน มีการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานฐานวิจัย ได้โครงงานวิจัยโรงเรียนละ 10 โครงการ ครอบคลุม 3 ศาสตร์ คือ วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์-เศรษฐศาสตร์และมนุษยศาสตร์-ประวัติศาสตร์ มีโครงงานฐานวิจัยรวม 70 โครงการ ในการดำเนินโครงการพี่เลี้ยงได้ฝึกอบรมให้แก่ครูแกนนำใน 2 ประเด็น คือ จิตตปัญญาศึกษา (Contemplative Education) และการคิดเชิงระบบ (System Thinking) และกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการเขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Research Based Learning มีการติดตามผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละโรงเรียนโรงเรียนละ 2 ครั้ง มีการติดตามความก้าวหน้าโครงงานฐานวิจัย 6 เดือน โครงงานฐานวิจัยของแต่ละโรงเรียนประกอบด้วยชุดโครงงาน ดังนี้ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี : การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ไข่เค็มไชยา โรงเรียนบ้านนาวิทยาคม : การเรียนรู้ป่าพรุกงสู่การพัฒนา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช : การศึกษาแนวทางส่งเสริมการปลูกต้นจากเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ตำบลบางจาก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช : การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากพืชรอบรั้วชุมชน โรงเรียนปากพนัง : การศึกษานิเวศวิทยาและการอยู่ร่วมกับแบบพึ่งพาของชุมชนกับป่าชายเลน ตำบลตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงเรียนพระพรหมพิทยานุสรณ์ : การส่งเสริมการผลิตมะนาวไข่เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกร ตำบลนาพรุ อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงเรียนเสม็ดจวนวิทยาคม : การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันเพื่อส่งเสริมรายได้เกษตรกร ตำบลกุแหระ อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผลการพัฒนาศักยภาพนักเรียน จากการวิเคราะห์บทความจากโครงงานฐานวิจัยของนักเรียน พบว่า สามารถสะท้อนความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระได้แก่ 1) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 2) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 3) กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 4) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 5) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 6) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม 7) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 8) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และสะท้อนให้เห็นถึงการใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกตการวัดการคำนวณการจัดทำและสื่อความหมายข้อมูลการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการการกำหนดและควบคุมตัวแปรและการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป ยิ่งไปกว่านั้นการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัยยังสะท้อนถึงการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ทั้ง 3R และ 7C อย่างเป็นรูปธรรม และ สามารถทำให้การเปลี่ยนแปลงด้านคุณลักษณะที่เกิดกับผู้เรียนมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเจตคติที่มีต่อการเรียนรู้ในเชิงบวกมีเจตคติต่อตนเองดีขึ้นรับรู้อัตมโนทัศน์ (Self-concept) ในเชิงบวกมากขึ้นมีทักษะในการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มมองเห็นความแตกต่างระหว่างบุคคลมากขึ้นมีจิตสำนึกที่ดีต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากยิ่งขึ้น ผลการพัฒนาศักยภาพครู การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานฐานวิจัย ครูส่วนใหญ่เข้าใจแนวคิดหลักและกระบวนการจิตตปัญญาศึกษาและการคิดเชิงระบบ แต่การนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ยังไม่ครบถ้วนครูแกนนำส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ในโครงงานวิจัยที่ตนเป็นที่ปรึกษาครูต้องพัฒนาทักษะการจับประเด็นวิเคราะห์สังเคราะห์และค้นหาความรู้ให้กว้างขวางมากขึ้นจึงจะช่วยพัฒนาทักษะนักเรียนได้ดียิ่งขึ้น ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครูแกนนำส่วนใหญ่ได้สะท้อนให้เห็นว่าตนเองได้จัดกิจกรรนมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ครูแกนนำทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ กระบวนการคิดการแก้ปัญหา ด้านทักษะหรือองค์ความรู้ที่ได้รับ ครูแกนนำได้พัฒนาทักษะและเกิดองค์ความรู้จาก 2 ทางคือ 1) การได้เข้าร่วมอบรมกับทางศูนย์พี่เลี้ยง และ 2) การจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนซึ่งทั้งสองแนวทางเป็นประโยชน์กับครูแกนนำที่จะขับเคลื่อนให้นักเรียนมีลักษณะของการเป็นผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างดี ด้านเจตคติ เจตคติ ถือ เป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนชีวิตว่าจะดำเนินไปในทิศทางใดไม่เว้นแม้แต่เจตคติที่เปลี่ยนแปลงต่อชุมชนสิ่งแวดล้อมที่เราเคยอาจมองข้ามแต่เมื่อได้ลงมือสัมผัสผ่านกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานให้กับนักเรียนทำให้ครูแกนนำท่านหนึ่งสะท้อนถึงเจตคติต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด |
| บรรณานุกรม | : |
วัฒนา รัตนพรหม . (2558). ศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ศูนย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. วัฒนา รัตนพรหม . 2558. "ศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ศูนย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. วัฒนา รัตนพรหม . "ศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ศูนย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2558. Print. วัฒนา รัตนพรหม . ศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ศูนย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2558.
|
