| ชื่อเรื่อง | : | Everyday Chinese speaking proficiency guidelines : a case study of Chulalongkorn University students |
| นักวิจัย | : | Pattra Pichetsilpa |
| คำค้น | : | Oral communication , Chinese language -- Speech , การสื่อทางภาษาพูด , ภาษาจีน -- การพูด , ความสามารถทางภาษา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย -- นักศึกษา , Verbal ability |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | Prapin Manomaivibool , Chulalongkorn University. Faculty of Arts , Suree Choonharuangdej |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45535 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | Thesis (M.A.)--Chulalongkorn University, 2006 จุดประสงค์ของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้คือเพื่อเสนอ "แนวทางการกำหนดความสามารถด้านการพูดภาษาจีน : กรณีศึกษานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" และเพื่อนำไปใช้เป็นมาตรฐานในการออกแบบการวัดผลทางด้านทักษะที่ใช้ในการสื่อสาร รวมทั้งสามารถนำแนวทางนี้ไปใช้ในการอ้างอิงการเขียนตำราที่เกี่ยวข้องกับทักษะด้านการพูดภาษาจีนได้อีกด้วย วิทยานิพนธ์ฉบับนี้อิงมาจากแนวทางกำหนดความสามารถทางการเรียนการสอนภาษาจีนของสภาการสอนภาษาต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ American Council on the Teaching of Foreign Language Chinese Proficiency Guidelines ผู้วิจัยวิเคราะห์โครงสร้างเนื้อหาทั้งหมด และพบว่าแนวทางกำหนดความสามารถนี้ได้ยึดหลักของบทบาทภาษา 3 ประการ อันประกอบด้วย การใช้ภาษา บริบท และเนื้อหาของภาษา และความถูกต้องในการใช้ภาษา จากนั้น ผู้วิจัยได้นำบทบาททางภาษา 3 ประการมาเป็นหลักเกณฑ์ในการวิเคราะห์หลักสูตรวิชาเอกภาษาจีนของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อแสดงระดับความสามารถในด้านการพูดของนิสิตวิชาเอกภาษาจีน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้วิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างแนวทางกำหนดความสามารถทางการเรียนการสอนภาษาจีนขององค์กรภาษาต่างประเทศแห่งประเทศสหรัฐอเมริกากับแนวทางการกำหนดความสามารถด้านการพูดภาษาจีน กรณีศึกษานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อแสดงให้เห็นว่าแนวทางการกำหนดความสามารถที่ผู้วิจัยเสนอนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการสื่อสารอย่างแท้จริง ผู้วิจัยเห็นว่าการวิเคราะห์เปรียบเทียบนี้มีหลักสำคัญที่ต้องคำนึงถึง 2 ประการคือ 1. การวิเคราะห์ในแนวนอนเพื่อหาข้อกำหนดความสามารถทั้งสอง 2. การวิเคราะห์ในแนวตั้งเพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางด้านการพูดของผู้เรียน ผลการวิจัยที่ได้รับคือระดับความสามารถทางด้านการพูดทั้งต้น กลาง และสูงของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยล้วนสูงกว่าระดับความสามารถของแนวทางกำหนดความสามารถทางการเรียนการสอนภาษาจีนขององค์กรภาษาต่างประเทศแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งพัฒนาการทางด้านการพูดของนิสิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยก็เร็วกว่าอีกด้วย ผู้วิจัยตระหนักถึงความแตกต่างนี้ว่ามีสาเหตุมาจาก 1)วิชาเอกภาษาจีนนั้นมีจุดประสงค์ของหลักสูตรที่แน่นอน ดังนั้นทักษะทางภาษาของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงต้องเป็นไปตามจุดประสงค์นั้นๆ 2)แนวทางกำหนดความสามารถด้านการพูดจัดทำขึ้นเพื่อนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวิชาเอกภาษาจีน โดยเฉพาะ 3) ภาษาไทยเป็นภาษาที่อยู่ในตระกูลภาษาเดียวกันกับภาษาจีน คือ ตระกูลภาษาจีน-ธิเบต ซึ่งมักมีระบบเสียงและหลักไวยากรณ์ที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นนิสิตไทยจึงสามารถเรียนรู้ภาษาจีนได้ค่อนข้างเร็ว |
| บรรณานุกรม | : |
Pattra Pichetsilpa . (2549). Everyday Chinese speaking proficiency guidelines : a case study of Chulalongkorn University students.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Pattra Pichetsilpa . 2549. "Everyday Chinese speaking proficiency guidelines : a case study of Chulalongkorn University students".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Pattra Pichetsilpa . "Everyday Chinese speaking proficiency guidelines : a case study of Chulalongkorn University students."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. Pattra Pichetsilpa . Everyday Chinese speaking proficiency guidelines : a case study of Chulalongkorn University students. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
