| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งห้องสังเกตอาการผู้ป่วยในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ |
| นักวิจัย | : | นพรุจ ลือกิตติกุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | โอฬาร กิตติธีรพรชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/44341 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งประสบกับสถานการณ์ปริมาณผู้ป่วยมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์พร้อมเนื่องจากต้องรับผู้ป่วยในทุกระดับอาการทั้งหมด สภาพความแออัดในหอผู้ป่วยเป็นสาเหตุให้บุคลากรการแพทย์มีความเครียด และใช้ทรัพยากรได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ วิธีการหนึ่งที่ช่วยลดความแออัดของผู้ป่วยในคือการคัดเลือกผู้ป่วยที่อาการไม่ต้องการการดูแลใกล้ชิด มีระยะเวลารักษาที่สั้น และแน่นอน จากนั้นรับการรักษาในห้องสังเกตอาการผู้ป่วยซึ่งเป็นหอผู้ป่วยชั่วคราวช่วยเพิ่มอัตราการหมุนเวียนของเตียงผู้ป่วย และลดงานเอกสารที่ไม่จำเป็น เนื่องจากผู้ป่วยภายในห้องสังเกตอาการผู้ป่วยถูกพิจารณาเป็นผู้ป่วยนอก วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งห้องสังเกตอาการผู้ป่วยในกลุ่มโรคอายุรกรรมที่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่ง หลังจากประเมินผลกระทบ และเกณฑ์ทางการแพทย์ของโรคต่างๆโดยแพทย์แล้ว แบบจำลองแบบกำหนดการจำนวนเต็ม (Integer Programming Model) ได้ถูกนำเสนอเพื่อเลือกกลุ่มผู้ป่วยในขณะที่มีจำนวนโรคที่เลือกน้อยที่สุดและรักษาระดับอรรถประโยชน์ของเตียงผู้ป่วยตลอดทั้งสัปดาห์ ผลวิเคราะห์คำตอบนำไปสู่ห้องสังเกตอาการผู้ป่วย 2 แบบคือ 1) แบบ 3 เตียงในพื้นที่ของแผนกฉุกเฉินปัจจุบัน และ 2) แบบ 7 เตียงในอาคารผู้ป่วยหลังใหม่ หลังจากการเสนอแผนผังสำหรับห้องสังเกตอาการแต่ละแบบแล้วการประเมินด้านการทำงานและการเงินได้ถูกแสดง และห้องสังเกตอาการผู้ป่วยทั้ง 2 แบบได้ถูกนำเข้าสู่แบบจำลองสถานการณ์เพื่อแสดงถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากความแปรปรวนของผู้ป่วย ซึ่งผลของแบบจำลองสถานการณ์แสดงให้เห็นว่าห้องสังเกตอาการแบบ 3 เตียงนั้นรองรับผู้ป่วยได้ 44 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่ควรเข้ารักษาในห้องสังเกตอาการแบบ 3 เตียง ในขณะที่ห้องสังเกตอาการแบบ 7 เตียงนั้นรองรับผู้ป่วยได้ 69 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่ควรเข้ารักษาในห้องสังเกตอาการได้ทั้งหมด และผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าประโยชน์ด้านการเงินของห้องสังเกตอาการผู้ป่วยได้รับผลกระทบจาก ประเภทของสิทธิรักษาพยาบาลและการเบิกค่ารักษาพยาบาล |
| บรรณานุกรม | : |
นพรุจ ลือกิตติกุล . (2556). การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งห้องสังเกตอาการผู้ป่วยในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นพรุจ ลือกิตติกุล . 2556. "การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งห้องสังเกตอาการผู้ป่วยในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นพรุจ ลือกิตติกุล . "การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งห้องสังเกตอาการผู้ป่วยในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. นพรุจ ลือกิตติกุล . การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งห้องสังเกตอาการผู้ป่วยในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
