| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทและอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | พรสรร สิงห์ชัย |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ , มานิตย์ จุมปา |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/44319 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 วิทยานิพนธ์เล่มนี้มุ่งศึกษาเปรียบเทียบบทบาท อำนาจหน้าที่ และสถานะทางกฎหมายขององค์กรศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกและนิกายโปรเตสแตนต์ ในประเทศไทย กับองค์กรศาสนาพุทธและองค์กรศาสนาอิสลามในประเทศไทย ตลอดจนองค์กรศาสนาในต่างประเทศทั้งประเทศที่มีและไม่มีกฎหมายกำหนดบทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรศาสนาไว้เป็นการเฉพาะ ผลการศึกษาวิจัยพบว่า แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายหลายฉบับในปัจจุบันจะมีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพทางศาสนา รวมทั้งรับรองสิทธิและหน้าที่ขององค์กรศาสนาในประเด็นต่าง ๆ ไว้เป็นการทั่วไป ตลอดจนมีการตรากฎหมายกำหนดบทบาท อำนาจหน้าที่ และสถานะทางกฎหมายขององค์กรศาสนาพุทธ องค์กรศาสนาอิสลาม และองค์กรศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ในประเทศไทยไว้เป็นการเฉพาะก็ตาม แต่ในทางกลับกันก็สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของรัฐในการควบคุมหรือมีส่วนร่วมกับการบริหารจัดการภายในองค์กรศาสนาผ่านการใช้อำนาจที่ได้รับตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งขัดต่อแนวความคิดเกี่ยวกับการแยกศาสนจักรออกจากอาณาจักร อีกทั้งเกิดปัญหาเกี่ยวกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทย ทั้งปัญหาการถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ปัญหาการจัดการศึกษา ปัญหาการตีความองค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทยเป็นองค์กรต่างประเทศ และปัญหาการเสนอกฎหมายว่าด้วยการบริหารองค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทย ซึ่งมีสาเหตุมาจากทั้งบทบัญญัติแห่งกฎหมายและการตีความทางกฎหมายของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น หากไม่มีกฎหมายบัญญัติให้รัฐเข้ามาควบคุมการดำเนินงานขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทย จะเป็นหลักประกันเสรีภาพทางศาสนาให้องค์กรเหล่านี้สามารถดำเนินงานทางศาสนา รวมทั้งดำเนินงานเพื่อสาธารณกุศลและสาธารณประโยชน์ต่อสังคมไทยโดยส่วนรวมได้เต็มศักยภาพ ขณะเดียวกัน รัฐยังคงมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองการดำเนินงานขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทยให้มีความเป็นอิสระ ตลอดจนมีสิทธิและเสรีภาพในประเด็นต่าง ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายอื่นบัญญัติรับรองไว้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การพิจารณาอนุญาตให้อัครมุขมณฑลมีอำนาจถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประโยชน์ของโบสถ์คาทอลิกแต่ละแห่งได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนยกเว้นให้นิติบุคคลประเภทองค์กรศาสนามีสิทธิขอรับใบอนุญาตจัดตั้งหรือรับโอนโรงเรียนได้ แม้ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาโดยตรงก็ตาม ประกาศรับรองฐานะให้องค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทยเป็นองค์การศาสนาที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของทางราชการตามคำร้องขอขององค์กรนั้น ๆ รวมทั้งกำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานที่ชัดเจนและครอบคลุมการดำเนินงานทุกด้านในปัจจุบัน พิจารณาตรากฎหมายหรือกฎเพื่อรับรองสิทธิประโยชน์ ส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองการดำเนินงานขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทย รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมในการกำหนดบทบาท อำนาจหน้าที่ และสถานะทางกฎหมายขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทยไว้ในรูปแบบของกฎหมายลายลักษณ์อักษร |
| บรรณานุกรม | : |
พรสรร สิงห์ชัย . (2556). บทบาทและอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พรสรร สิงห์ชัย . 2556. "บทบาทและอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พรสรร สิงห์ชัย . "บทบาทและอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. พรสรร สิงห์ชัย . บทบาทและอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายขององค์กรศาสนาคริสต์ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
