| ชื่อเรื่อง | : | อิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงต่อพฤติกรรมสุขภาพและแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างพฤติกรรมการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของกลุ่มเสี่ยง |
| นักวิจัย | : | นิยะนันท์ สำเภาเงิน |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ดวงกมล ชาติประเสริฐ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43980 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีต่อพฤติกรรมสุขภาพเพื่อนำปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมมาพัฒนาเป็นชิ้นงานสื่อส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันโรคและศึกษาอิทธิพลของสื่อที่มีต่อพฤติกรรมป้องกันโรคของกลุ่มเสี่ยง โดยทำการศึกษา 2 กรณีได้แก่โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และโรคหัวใจ แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาโดยใช้วิธีวิจัยเชิงสำรวจกรณีศึกษาละ 400 คนรวม 800 คนโดยประมวลผลด้วยการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ การวิเคราะห์ถดถอยพหุ และการทดสอบความแปรปรวนหลายตัวแปร ระยะที่ 2 ศึกษาโดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เจาะลึก 23 คนและวิเคราะห์ผลโดยวิธีสรุปจากข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า ระยะที่ 1 ภาพรวมของทั้ง 2 โรคการรับรู้ตัวแปรในกลุ่มแนวโน้มส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงมากกว่าการรับรู้ตัวแปรในกลุ่มภัยร้าย การรับรู้ความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และการรับรู้ความเสี่ยงโรคหัวใจมีความแตกต่างกันอย่างตรงกันข้าม โดยกลุ่มตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ความเสี่ยงของ 2 โรคเป็นคนละชุดตัวแปรกรณีโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ การรับรู้ความคุ้นเคย และการรับรู้ความน่ากลัว มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยง กรณีโรคหัวใจคือ การรับรู้ความใกล้ การรับรู้การควบคุมได้ด้วยตนเอง การรับรู้ความสามารถในตน และการรับรู้ความสูญเสียมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยง ส่วนตัวแปรที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และโรคหัวใจเป็นตัวแปรเดียวกันคือการรับรู้ความสามารถในตน ทั้งนี้กรณีโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ การรับรู้ความสามารถในตน มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงในลักษณะเป็นเงื่อนไขกับตัวแปรความคุ้นเคยและความน่ากลัวแต่กรณีโรคหัวใจไม่พบว่า มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเสี่ยงในลักษณะเป็นเงื่อนไข ระยะที่ 2 นำตัวแปรการรับรู้ความสามารถในตนมาใช้เป็นแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างพฤติกรรมป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และโรคหัวใจพบว่ากลุ่มเสี่ยงสูงส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวกต่อการสื่อสารแนวทางกระตุ้นการรับรู้ความสามารถในตนเนื่องจากรู้สึกได้รับกำลังใจทำให้อยากปฏิบัติพฤติกรรมป้องกันมากกว่าแนวทางการสื่อสารที่ไม่มีการกระตุ้นการรับรู้ความสามารถในตน |
| บรรณานุกรม | : |
นิยะนันท์ สำเภาเงิน . (2556). อิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงต่อพฤติกรรมสุขภาพและแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างพฤติกรรมการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของกลุ่มเสี่ยง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิยะนันท์ สำเภาเงิน . 2556. "อิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงต่อพฤติกรรมสุขภาพและแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างพฤติกรรมการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของกลุ่มเสี่ยง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิยะนันท์ สำเภาเงิน . "อิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงต่อพฤติกรรมสุขภาพและแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างพฤติกรรมการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของกลุ่มเสี่ยง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. นิยะนันท์ สำเภาเงิน . อิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงต่อพฤติกรรมสุขภาพและแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างพฤติกรรมการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของกลุ่มเสี่ยง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
