ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิภาพการทำความเย็นโดยการแผ่รังสีในตอนกลางคืนด้วยฝ้าเพดานแบบพลิกหมุน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิภาพการทำความเย็นโดยการแผ่รังสีในตอนกลางคืนด้วยฝ้าเพดานแบบพลิกหมุน
นักวิจัย : ณชมน พูลทรัพย์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อรรจน์ เศรษฐบุตร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43905
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การทำความเย็นโดยการแผ่รังสีในเวลากลางคืนเป็นวิธีการทำความเย็นโดยธรรมชาติที่มีแนวโน้มสามารถใช้ได้ในประเทศไทย โดยการวิจัยนี้ได้ทำการทดลองใน 2 ขั้นตอน คือการเก็บข้อมูลจากกล่องทดลองและการจำลองการใช้พลังงานด้วยโปรแกรม Visual DOE 4.1 ในขั้นตอนแรก ทำการเก็บข้อมูลด้านอุณหภูมิที่เกิดขึ้น ณ ตำแหน่งต่างๆในกล่องทดลองซึ่งติดตั้งฝ้าเพดานแบบปรับเปลี่ยนได้เปรียบเทียบการติดตั้งฝ้าเพดานแบบตายตัว และ ไม่มีการติดตั้งฝ้าเพดานภายใน ร่วมกับการใช้วัสดุหลังคากระเบื้อง และ วัสดุหลังคาโลหะ ทำการสร้างกล่องทดลองด้วยโฟมโพลีสไตรีน หนา 2 นิ้ว ระยะภายในขนาด 0.80x0.80x0.80 เมตร ต่อกล่องทดลอง โดยกล่องทดลองทั้งหมดมี 6 กล่อง เก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 22-24 มกราคม 2557 (ฤดูหนาว) ทุกๆ 10 นาที ในขั้นตอนที่ 2 ทำการจำลองการใช้พลังงานในอาคารด้วยโปรแกรม Visual DOE 4.1 กำหนดอาคารบ้านตัวอย่างเป็นบ้านพักอาศัย 1 ชั้น โดยแบ่งกรณีศึกษาเป็นทั้งหมด 6 กรณีศึกษา คือ อาคารที่ฝ้าเพดานแบบปรับเปลี่ยนได้เปรียบเทียบการติดตั้งฝ้าเพดานแบบตายตัว และ ไม่มีการติดตั้งฝ้าภายใน ร่วมกับการใช้วัสดุหลังคากระเบื้อง และ วัสดุหลังคาโลหะ จากนั้นทำการเปรียบเทียบปริมาณการใช้พลังงานโดยรวม การใช้พลังงานในระบบทำความเย็น และ ปริมาณความร้อนที่สูญเสียและได้รับผ่านทางหลังคา ทั้งนี้พิจารณาการใช้อาคารเพียง 2 ฤดู คือฤดูร้อนและฤดูหนาว เนื่องจากข้อจำกัดของการทำความเย็นด้วยวิธีการแผ่รังสีในตอนกลางคืนที่ไม่เหมาะสมในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูงดังเช่นฤดูฝน จากการทดลองจากกล่องทดลองพบว่า ฝ้าเพดานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ระหว่างกลางวันและกลางคืนนั้นมีความเป็นไปได้ในการใช้สำหรับบ้านพักอาศัยที่ไม่มีการปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากเป็นการนำข้อดีของทั้งฝ้าเพดานแบบติดตายที่สามารถป้องกันความร้อนได้ดีในช่วงกลางวัน และข้อดีของการไม่ติดตั้งฝ้าเพดานที่ทำให้เกิดกระบวนการแผ่รังสีในช่วงกลางคืนมารวมกันได้ในระบบเดียว ทำให้อุณหภูมิภายในไม่ร้อนมากในตอนกลางวัน และสามารถระบายความร้อนที่ได้ดีในตอนกลางคืน แต่จากการจำลองอาคารด้วยโปรแกรม Visual DOE 4.1 ซึ่งเป็นการจำลองบ้านพักอาศัยกรณีติดเครื่องปรับอากาศ พบว่าฝ้าเพดานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้มีความเหมาะสมในการใช้งานในฤดูหนาว เนื่องจากสามารถป้องกันความร้อนได้ดีในช่วงกลางวันและสนับสนุนการสูญเสียความร้อนในช่วงกลางคืน เป็นผลให้สามารถประหยัดพลังงานในระบบทำความเย็นมากขึ้น แต่ในฤดูร้อนฝ้าเพดานแบบติดตายกลับมีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากยังเกิดการได้รับความร้อนจากภายนอกในช่วงกลางคืน

บรรณานุกรม :
ณชมน พูลทรัพย์ . (2556). ประสิทธิภาพการทำความเย็นโดยการแผ่รังสีในตอนกลางคืนด้วยฝ้าเพดานแบบพลิกหมุน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณชมน พูลทรัพย์ . 2556. "ประสิทธิภาพการทำความเย็นโดยการแผ่รังสีในตอนกลางคืนด้วยฝ้าเพดานแบบพลิกหมุน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณชมน พูลทรัพย์ . "ประสิทธิภาพการทำความเย็นโดยการแผ่รังสีในตอนกลางคืนด้วยฝ้าเพดานแบบพลิกหมุน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
ณชมน พูลทรัพย์ . ประสิทธิภาพการทำความเย็นโดยการแผ่รังสีในตอนกลางคืนด้วยฝ้าเพดานแบบพลิกหมุน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.