ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประโยชน์ของการบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้นในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางและระดับรุนแรงในกลุ่มผู้ป่วยไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประโยชน์ของการบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้นในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางและระดับรุนแรงในกลุ่มผู้ป่วยไทย
นักวิจัย : อาภากร ภัคกรธนธรณ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นฤชา จิรกาลวสาน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43843
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

ที่มา การทำงานของกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้นอย่างเพียงพอนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการลดการตีบแคบลงของทางเดินหายใจส่วนต้นในผู้ป่วยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น โดยการศึกษาก่อนหน้านี้ ในผู้ป่วยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลาง ชาวยุโรปและอเมริกาใต้ แสดงให้เห็นว่าสามารถลดระดับความรุนแรงของภาวะนี้ได้ หลังฝึกบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้น แต่ยังไม่มีการศึกษาในผู้ป่วยชาวเอเชียที่มีลักษณะโครงสร้างกะโหลกศีรษะแตกต่างจากชาวตะวันตก วิธีการศึกษา การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงทดลองแบบสุ่มและปกปิดสองทางเปรียบเทียบผลของการบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้นกับการบริหารโดยวิธีหายใจเข้าออกลึก โดยผู้ป่วยทุกรายได้รับการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางหรือระดับรุนแรง จากการตรวจการนอนหลับในห้องปฏิบัติการ ผู้ป่วยที่ยินยอมเข้าร่วมการรักษา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้น และกลุ่มบริหารโดยวิธีหายใจเข้าออกลึก ซึ่งให้ฝึกหายใจเข้าออกลึก ผู้ป่วยทุกรายต้องฝึกออกกำลังกายตามที่กำหนด และวัดผลจากการตรวจการนอนหลับในห้องปฏิบัติการ และแบบประเมินอาการแสดงที่เกี่ยวกับภาวะนี้ ก่อนเข้าการศึกษา และภายหลังการบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้น 12 สัปดาห์ ผลการศึกษา ผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 28 ราย (กลุ่มละ 14 ราย) ผู้ป่วยในกลุ่มบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้น มีการลดลงของ AHI อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนและหลังบริหารกล้ามเนื้อ (36.73±17.86 และ 30.68±19.96 ;p=0.13) อย่างไรก็ตาม พบว่ามีการลดลงของ REM RDI อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (38.11±20.24 และ 27.27±17.60 ;p=0.02) ส่วนในกลุ่มบริหารโดยวิธีหายใจเข้าออกลึก มีการลดลงของ AHI อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (30.65±13.86 และ 24.13±13.07 ;p=0.04) แต่เมื่อเปรียบเทียบร้อยละของAHIที่ลดลงไม่พบความแตกต่างกันระหว่างสองกลุ่ม (17.07±27.84 และ 17.45±38.08;p=0.73) นอกจากนี้ทั้งสองกลุ่มมีการลดลงของอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะนี้เหมือนกัน สรุป การบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้นไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงการลดลงของระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น อย่างไรก็ตามก็ยังแสดงให้เห็นถึงการลดลงของ REM RDI และอาการแสดงที่เกี่ยวข้องกับภาวะนี้ ส่วนการฝึกหายใจเข้าออกลึก แสดงให้เห็นถึงการลดลงของระดับความรุนแรงของภาวะนี้ และอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะนี้ได้

บรรณานุกรม :
อาภากร ภัคกรธนธรณ์ . (2556). ประโยชน์ของการบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้นในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางและระดับรุนแรงในกลุ่มผู้ป่วยไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาภากร ภัคกรธนธรณ์ . 2556. "ประโยชน์ของการบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้นในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางและระดับรุนแรงในกลุ่มผู้ป่วยไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาภากร ภัคกรธนธรณ์ . "ประโยชน์ของการบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้นในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางและระดับรุนแรงในกลุ่มผู้ป่วยไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
อาภากร ภัคกรธนธรณ์ . ประโยชน์ของการบริหารกล้ามเนื้อหายใจส่วนต้นในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นระดับปานกลางและระดับรุนแรงในกลุ่มผู้ป่วยไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.