| ชื่อเรื่อง | : | สภาพการอยู่อาศัยและพฤติกรรมสุขภาพของชาวญี่ปุ่นในอาคารอยู่อาศัยรวม เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | โนริโกะ โอชิ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ไตรรัตน์ จารุทัศน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43758 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาในวิทยานิพนธ์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพสังคม เศรษฐกิจ และสภาพการอยู่อาศัย 2) พฤติกรรมสุขภาพ 3) อุปสรรคของการพำนัก และ 4) แนวทางการแก้ไขอุปสรรคของการพำนักของชาวญี่ปุ่นในอาคารอยู่อาศัยรวม ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาครั้งนี้คือ ชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาพำนักในอาคารอยู่อาศัยรวม เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จำนวน 134 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับชาวญี่ปุ่น ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในอาคารอยู่อาศัยรวม และบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่จัดหาที่พักอาศัยในประเทศไทยสำหรับชาวญี่ปุ่น ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุอยู่ระหว่าง 55-59 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้รับวีซ่า 1-3 ปี มีอาชีพแม่บ้าน ส่วนเพศชายส่วนใหญ่มีอาชีพผู้จัดการ มีสถานที่ทำงานในกรุงเทพฯ และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีรายได้มาจากเงินออมและเงินเดือนเฉลี่ย 200,001-300,000 เยน พำนักอยู่ร่วมกับคู่สมรส และบุตร 1 คน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรวมมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปและอาหาร การท่องเที่ยว และสุขภาพ มีการรับข้อมูลเพื่อพิจารณาเลือกอาคารอยู่อาศัยรวมจากบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และให้ความสำคัญในค่าใช้จ่ายที่พำนักและในการดำรงชีพเหมาะสม การดำรงชีวิตที่เรียบง่าย มนุษยสัมพันธ์ ความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น และการมีบุคลากร เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ส่วนสภาพการอยู่อาศัย จึงพบว่า มีการพำนักในอพาร์ทเม้นท์ รองลงมาคือ เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งทั้ง 2 ลักษณะมีค่าเช่าต่อเดือนสูงกว่า 140,000 เยน และมีสิ่งอำนวยความสะดวก มีบริการด้านสุขภาพ ได้แก่ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า นวด สนามเด็กเล่น บริการทำความสะอาด โดยมีการใช้บริการและสถานที่ทำกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกอาคารอยู่อาศัยรวมอย่างสม่ำเสมอ ด้านอุปสรรคของการพำนัก ส่วนใหญ่พบว่า ค่าเช่าสูง อากาศร้อน เสียงรบกวน กลิ่นเหม็น น้ำท่วม โครงสร้างไม่แข็งแรง ความสะอาด ความแออัด การถ่ายเทอากาศไม่ดี เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ เวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมทั้งการสื่อสารภาษาญี่ปุ่น การบริการช้า และต้องการความเป็นส่วนตัว เมื่อศึกษาแนวทางการแก้ไข พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต้องการพำนักในอพาร์ทเม้นท์ แต่ยังคงเนื้อที่ใช้สอยและจำนวนห้องเท่าเดิม ต้องการรูปแบบอาคารแบบไทย ยังมีความต้องการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในและภายนอกห้องพัก รวมถึงบริการด้านสุขภาพ และบริการต่างๆ ในลักษณะเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์เพิ่มขึ้นด้วย สรุปผลศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการดำรงชีวิตที่เรียบง่ายและอิสระ แต่ก็มีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีความใส่ใจในด้านสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างยังมีระยะเวลาพำนักในประเทศไทยในช่วงที่ได้รับวีซ่า อีกทั้งบางส่วนก็มีความต้องการที่จะพำนักต่อ รวมถึงแนวโน้มการเข้ามาพำนักระยะยาวของชาวญี่ปุ่นในประเทศไทยมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีสภาพการอยู่อาศัยและพฤติกรรมสุขภาพ สอดคล้องกับความต้องการ และโอกาสด้านเศรษฐกิจโดยรวม ผู้ประกอบการธุรกิจที่พักอาศัย และภาครัฐ ควรให้ความสำคัญกับวิถีชีวิต และมาตรฐานของอาคารอยู่อาศัยรวมสำหรับชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การออกแบบอาคารอยู่อาศัยรวมที่สอดคล้องกับความต้องการอย่างแท้จริง วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 |
| บรรณานุกรม | : |
โนริโกะ โอชิ . (2556). สภาพการอยู่อาศัยและพฤติกรรมสุขภาพของชาวญี่ปุ่นในอาคารอยู่อาศัยรวม เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. โนริโกะ โอชิ . 2556. "สภาพการอยู่อาศัยและพฤติกรรมสุขภาพของชาวญี่ปุ่นในอาคารอยู่อาศัยรวม เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. โนริโกะ โอชิ . "สภาพการอยู่อาศัยและพฤติกรรมสุขภาพของชาวญี่ปุ่นในอาคารอยู่อาศัยรวม เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. โนริโกะ โอชิ . สภาพการอยู่อาศัยและพฤติกรรมสุขภาพของชาวญี่ปุ่นในอาคารอยู่อาศัยรวม เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
