| ชื่อเรื่อง | : | ปัญหาหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายละเมิด |
| นักวิจัย | : | น้ำทิพ สุขโชคอำนวย |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ , ศนันท์กรณ์ โสตถิพันธุ์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43735 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 หลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลเป็นหลักที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในกฎหมายลักษณะละเมิด เนื่องจากเป็นหลักที่นำมาพิจารณาการกระทำของผู้กระทำละเมิด ว่าการกระทำของผู้กระทำละเมิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายหรือไม่ อันเป็นหลักที่นำมาซึ่งความรับผิดของผู้กระทำละเมิด แต่การปรับใช้ในประเทศไทยปัจจุบัน ได้มีการปรับใช้หลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายลักษณะละเมิด เฉกเช่นเดียวกับกฎหมายอาญา แต่กฎหมายอาญากับกฎหมายแพ่งมีเจตนารมณ์ของกฎหมายแตกต่างกัน คือ กฎหมายอาญามีเจตนารมณ์จะลงโทษบุคคลผู้กระทำผิดให้เข็ดหลาบ ส่วนกฎหมายแพ่งนั้นเป็นเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายหรือการแก้ไขให้ผู้เสียหายกลับคืนสู่ฐานะเดิมเท่านั้น จึงทำให้หลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลที่ใช้ในกฎหมายลักษณะละเมิดในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการเยียวยาผู้เสียหายของกฎหมายแพ่ง และหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายลักษณะละเมิดของประเทศไทยยังไม่มีมาตรการจำกัดความรับผิดของผู้กระทำละเมิดไว้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ผู้กระทำละเมิดต้องรับผิดมากกว่าที่ควร จากการศึกษาการปรับใช้หลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายลักษณะละเมิดในส่วนของประเทศไทยและเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ทั้งประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในประเด็นปัญหาดังต่อไปนี้ คือ (1) ปัญหาการปรับใช้หลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายลักษณะละเมิดให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการเยียวยาของกฎหมายแพ่ง (2) ปัญหาการจำกัดขอบเขตความรับผิดของผู้กระทำละเมิด (3) ปัญหาการนำหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายลักษณะสัญญามาปรับใช้กับความรับผิดเพื่อละเมิด พบว่าแม้ประเทศไทยได้มีการบัญญัติกฎหมายลักษณะละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งเยอรมันมาตรา 823 ก็ตาม แต่ทั้งสองประเทศก็ได้มีการปรับใช้ที่แตกต่างกัน ในปัจจุบันประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีก็ได้มีการนำหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายลักษณะสัญญามาปรับใช้ในความรับผิดเพื่อละเมิด เฉกเช่นเดียวกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ได้มีการนำหลักความคาดเห็นตามประมวลกฎหมายสัญญาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มาตรา 113 มาปรับใช้กับความรับผิดเพื่อละเมิดเช่นเดียวกัน อันทำให้การปรับใช้กฎหมายมีความสอดคล้อง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นอกเหนือจากนี้ทั้งในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็มีแนวทางการจำกัดความรับผิดของผู้กระทำละเมิดไว้อย่างชัดเจน โดยประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีจะจำกัดความรับผิดของผู้กระทำละเมิดไว้ในขอบเขตที่วิญญูชนซึ่งมีความสามารถ ความระมัดระวังเดียวกันกับผู้กระทำละเมิดในภาวะเช่นนั้นสามารถคาดเห็นหรือควรจะคาดเห็นได้ และความเสียหายที่ผู้กระทำละเมิดจะต้องรับผิดนั้นยังถูกจำกัดในขอบเขตที่กฎหมายมุ่งประสงค์จะคุ้มครองไม่ให้เกิดขึ้นเท่านั้น ส่วนประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จะจำกัดความรับผิดของผู้กระทำละเมิดไว้ในขอบเขตที่วิญญูชน และผู้กระทำละเมิดคาดเห็นหรือควรจะคาดเห็นได้เท่านั้น ความรับผิดเพื่อละเมิดและความรับผิดทางสัญญาต่างก็เป็นความรับผิดทางแพ่งเหมือนกัน กฎหมายลักษณะสัญญานั้น คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายได้มีนิติสัมพันธ์หรือมีหนี้กันอยู่ก่อน อันแตกต่างจากกฎหมายลักษณะละเมิดที่คู่กรณีมิได้มีหนี้หรือนิติสัมพันธ์กันมาก่อน จึงทำให้การพิจารณาหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลของประเทศไทยในกฎหมายทั้ง 2 ลักษณะนี้ แตกต่างกันไป อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดเพื่อละเมิด หรือ ความรับผิดตามสัญญา ต่างก็มีวัตถุแห่งหนี้ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเหมือนกัน ต่อมาเมื่อมีการขัดขืน ไม่กระทำการหรือฝ่าฝืนการงดเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด และก่อให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้น ผู้นั้นจะต้องรับผิด ด้วยเหตุนี้ความรับผิดเพื่อละเมิดจึงเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้อย่างหนึ่งเหมือนกับความรับผิดเนื่องจากการผิดสัญญา ดังนั้น เพื่อให้การปรับใช้หลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายลักษณะละเมิดมีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการเยียวยาของกฎหมายแพ่ง ผู้วิจัยขอเสนอให้มีการนำคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 ซึ่งเป็นหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายสัญญามาใช้บังคับใช้กับความรับผิดเพื่อละเมิด |
| บรรณานุกรม | : |
น้ำทิพ สุขโชคอำนวย . (2556). ปัญหาหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายละเมิด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. น้ำทิพ สุขโชคอำนวย . 2556. "ปัญหาหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายละเมิด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. น้ำทิพ สุขโชคอำนวย . "ปัญหาหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายละเมิด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. น้ำทิพ สุขโชคอำนวย . ปัญหาหลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลในกฎหมายละเมิด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
