| ชื่อเรื่อง | : | การทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้าเพื่อใช้วินิจฉัยภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรัง |
| นักวิจัย | : | ณภัทร เครือทิวา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิไล อโนมะศิริ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43680 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้าเพื่อใช้เป็นเครื่องวินิจฉัยภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรัง ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นนักกีฬาทั่วไปที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ระดับเยาวชนและมหาวิทยาลัย เพศหญิงจำนวน 73 คน มีอายุระหว่าง 18-30 ปี ซึ่งใช้วิธีการเลือกประชากรตัวอย่างแบบเจาะจง ทดสอบด้วยวิธีการทั้งหมด 3 วิธี คือ การตรวจประเมินภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้า (physical examination) โดยนักกายภาพบำบัดจำนวน 2 ท่าน ในท่า anterior drawer test และ talar tilt test แบบสอบถามเพื่อการประเมินภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรัง (Cumberland ankle instability tool (CAIT) และ modify ankle instability instrument (MAII)) และชุดทดสอบความสามารถในการทำงานของข้อเท้า (ankle functional performance test) ที่ประกอบด้วย figure-of-8 hop test side hop test และ hexagon hop test วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ receiver operating characteristic curve (ROC) เพื่อหาค่า พื้นที่ใต้กราฟ และ สร้างตาราง 2*2 เพื่อคำนวณหาค่าความไว ความจำเพาะ predictive values และ likelihood ratios ของชุดการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้า และแบบสอบถาม CAIT และ MAII เพื่อการประเมินภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรัง เปรียบเทียบกับเครื่องมือมาตรฐานคือ การตรวจประเมินภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าโดยนักกายภาพบำบัด ผลการวิจัยพบว่า ค่าความไวและความจำเพาะของชุดทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้าแต่ละวิธีคือ Figure-of-8 hop test (90%, 48.8%) Side hop test (70%, 48.8%) และ Hexagon hop test (73.3%, 51.2%) ซึ่งอยู่ในระดับที่ยังไม่สามารถนำมาใช้ในการเป็นเครื่องมือวินิจฉัยภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรังได้ เมื่อเทียบกับการใช้แบบสอบถามฉบับที่แปลเป็นภาษาไทยทั้ง CAIT มีค่าความไวและความจำเพาะ (93.3%, 79.1%) และ MAII มีค่าความไวและความจำเพาะ (70%, 90.7%) ผลการศึกษาครั้งนี้ จึงสรุปได้ว่าชุดทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้า ในการศึกษานี้ไม่มีความไวและความจำเพาะเพียงพอที่จะนำมาใช้ประเมินภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าได้เมื่อเทียบกับการใช้แบบสอบถาม CAIT และแบบสอบถาม MAII ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อใช้แบบสอบถามทั้ง 2 ร่วมกัน มีค่าความไวและความจำเพาะ(96.7%,76.7%) ทำให้สรุปว่า สามารถนำแบบสอบถามฉบับแปลเป็นภาษาไทยมาใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจคัดกรองภาคสนามได้โดยไม่ต้องใช้ชุดทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้า |
| บรรณานุกรม | : |
ณภัทร เครือทิวา . (2556). การทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้าเพื่อใช้วินิจฉัยภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรัง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณภัทร เครือทิวา . 2556. "การทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้าเพื่อใช้วินิจฉัยภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรัง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณภัทร เครือทิวา . "การทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้าเพื่อใช้วินิจฉัยภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรัง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. ณภัทร เครือทิวา . การทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของข้อเท้าเพื่อใช้วินิจฉัยภาวะความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรัง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
