| ชื่อเรื่อง | : | อิทธิพลของการเสริมพลังอำนาจครูที่มีต่อผลผลิตของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนผ่านสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน |
| นักวิจัย | : | ทิพวรรณ ภัทรนุสรณ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อวยพร เรืองตระกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43455 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับของสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครู 2)พัฒนาและตรวจสอบความตรงของโมเดลอิทธิพลของการเสริมพลังอำนาจครูที่มีต่อผลผลิตการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนผ่านสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 3) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะการส่งผ่านของสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนที่ได้รับอิทธิพลจากการเสริมพลังครูไปยังผลผลิตการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ตัวอย่างวิจัย คือ ครูระดับมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 450 คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติบรรยายและสถิติเชิงอ้างอิง ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์การกระจาย ค่าความเบ้ ค่าความโด่ง การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันโดยใช้โปแกรม SPSS การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างโดยใช้โปรแกรม LISREL ผลการวิจัย พบว่า 1) ครูมีค่าเฉลี่ยของระดับสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนอยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่าด้านเจตคติต่อการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนครูมีอยู่ในระดับสูง รองลงมา คือ ด้านทักษะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนและผลการเปรียบเทียบระดับสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครู พบว่าครูที่มีเพศ วุฒิการศึกษาและตำแหน่งทางวิชาการแตกต่างกัน มีระดับสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) โมเดลอิทธิพลของการเสริมพลังอำนาจครูที่มีต่อผลผลิตการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนผ่านสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์มีค่าไค-สแควร์ เท่ากับ 15.48 องศาอิสระเท่ากับ.12 ความน่าจะเป็นเท่ากับ 0.21 ค่าดัชนีวัดความกลมกลืนเท่ากับ 0.99 ตัวแปรในโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของผลผลิตการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนและสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนได้เป็นร้อยละ 80 และ 7ตามลำดับ 3) โมเดลอิทธิพลของการเสริมพลังอำนาจครูที่มีต่อผลผลิตการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนผ่านสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ประกอบด้วยตัวแปรตามผลผลิตการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนได้รับอิทธิพลทางตรงจากสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนและการเสริมพลังอำนาจครู นอกจากนี้ตัวแปรสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนยังเป็นตัวแปรส่งผ่านที่มีอิทธิพลต่อผลผลิตการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 |
| บรรณานุกรม | : |
ทิพวรรณ ภัทรนุสรณ์ . (2556). อิทธิพลของการเสริมพลังอำนาจครูที่มีต่อผลผลิตของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนผ่านสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทิพวรรณ ภัทรนุสรณ์ . 2556. "อิทธิพลของการเสริมพลังอำนาจครูที่มีต่อผลผลิตของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนผ่านสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทิพวรรณ ภัทรนุสรณ์ . "อิทธิพลของการเสริมพลังอำนาจครูที่มีต่อผลผลิตของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนผ่านสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. ทิพวรรณ ภัทรนุสรณ์ . อิทธิพลของการเสริมพลังอำนาจครูที่มีต่อผลผลิตของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนผ่านสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
