ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินวัฏจักรชีวิตของเชื้อเพลิงชีวภาพจากกระบวนการทรานส์เอสเตอร์ริฟิเคชัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินวัฏจักรชีวิตของเชื้อเพลิงชีวภาพจากกระบวนการทรานส์เอสเตอร์ริฟิเคชัน
นักวิจัย : วิรินทร์ กิตติธรรมวงศ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุธา ขาวเธียร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43367
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงทดแทนที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย รวมถึงในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันด้วยกระบวนการทรานส์เอสเตอร์ริฟิเคชันโดยใช้เบสเป็นสารเร่งปฏิกิริยา เป็นวิธีที่นิยมใช้โดยทั่วไปในระดับอุตสาหกรรมการผลิตไบโอดีเซล ซึ่งกระบวนการทำไบโอดีเซลให้บริสุทธิ์นิยมใช้วิธีการล้างด้วยน้ำ ทำให้มีการใช้ทรัพยากรน้ำปริมาณมาก และก่อให้เกิดน้ำเสีย ต้องนำไปบำบัดก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม ดังนั้นการใช้วิธีการกลั่นจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดการใช้น้ำ และการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานได้ งานวิจัยนี้จึงศึกษาการผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มสเตียรีนซึ่งมีโรงงานผลิตไบโอดีเซลด้วยเทคโนโลยีแบบแห้ง (วิธีการกลั่น) และโรงงานผลิตไบโอดีเซลด้วยเทคโนโลยีแบบเปียก (วิธีการล้างด้วยน้ำ) โดยใช้การประเมินตลอดวัฏจักรชีวิตตาม ISO 14040 ประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหน่วยของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (kgCO2/L B100) ปริมาณการใช้พลังงาน (MJ/L B100) และปริมาณการใช้น้ำ (m3/L B100) มีขอบเขตการศึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกปาล์มจนถึงการผลิตไบโอดีเซล (Cradle to Gate) โดยมี 1 ลิตรไบโอดีเซลเป็นหน่วยผลิตภัณฑ์ ผลการศึกษาผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตของไบโอดีเซลซึ่งมีโรงงานผลิตไบโอดีเซลด้วยเทคโนโลยีแบบแห้ง (Dry process) ในด้านปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงาน และการใช้น้ำ มีค่าเท่ากับ 2.83 kgCO2/L 30.49 MJ/L และ 23.64 m3/L ตามลำดับ การศึกษาผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตของไบโอดีเซลซึ่งมีโรงงานผลิตไบโอดีเซลด้วยเทคโนโลยีแบบเปียก (Wet process) มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงาน และการใช้น้ำ เท่ากับ 1.89 kgCO2/L 18.51 MJ/L และ 10.76 m3/L ตามลำดับ ซึ่งการใช้วัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลที่ต่างกัน ส่งผลให้มีกระบวนการผลิตไบโอดีเซลแตกต่างกัน และทำให้มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงาน และการใช้น้ำมีความแตกต่างกันไปด้วย การใช้วัตถุดิบยิ่งสะอาด ก็จะยิ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับการทำไบโอดีเซลให้บริสุทธิ์หากใช้เทคโนโลยีแบบเปียกจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยประหยัดพลังงานภายในโรงงานผลิตไบโอดีเซล แต่หากใช้เทคโนโลยีแบบแห้งจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรน้ำในกระบวนการผลิตเป็นอย่างมาก เมื่อพิจารณาค่าการใช้พลังงานสุทธิตลอดวัฏจักรชีวิต (NEB) โดยมีการคำนึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดของการผลิตไบโอดีเซลด้วยเทคโนโลยีแบบแห้งมีค่าเท่ากับ 95.72 MJ/L ค่าการใช้พลังงานสุทธิของการผลิตไบโอดีเซลด้วยเทคโนโลยีแบบเปียกมีค่า 58.42 MJ/L ค่าอัตราส่วนทางพลังงานสุทธิ (NER) ของการผลิตไบโอดีเซลตลอดวัฏจักรชีวิตด้วยเทคโนโลยีแบบแห้งเท่ากับ 4.14 และของการผลิตไบโอดีเซลด้วยเทคโนโลยีแบบเปียกคือ 4.16 จากค่าพลังงานสุทธิและค่าอัตราส่วนทางพลังงาน ซึ่งมีค่าเป็นบวก และมีค่ามากกว่า 1 ตามลำดับ สามารถสรุปได้ว่า ทั้ง 2 โรงงานได้พลังงานจากผลิตภัณฑ์มากกว่าพลังงานที่ลงทุนไป

บรรณานุกรม :
วิรินทร์ กิตติธรรมวงศ์ . (2556). การประเมินวัฏจักรชีวิตของเชื้อเพลิงชีวภาพจากกระบวนการทรานส์เอสเตอร์ริฟิเคชัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิรินทร์ กิตติธรรมวงศ์ . 2556. "การประเมินวัฏจักรชีวิตของเชื้อเพลิงชีวภาพจากกระบวนการทรานส์เอสเตอร์ริฟิเคชัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิรินทร์ กิตติธรรมวงศ์ . "การประเมินวัฏจักรชีวิตของเชื้อเพลิงชีวภาพจากกระบวนการทรานส์เอสเตอร์ริฟิเคชัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
วิรินทร์ กิตติธรรมวงศ์ . การประเมินวัฏจักรชีวิตของเชื้อเพลิงชีวภาพจากกระบวนการทรานส์เอสเตอร์ริฟิเคชัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.