ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์การรับรู้และศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์การรับรู้และศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล
นักวิจัย : ธนภณ บุญพลอย
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43191
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์การจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล (2) วิเคราะห์การรับรู้และศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล และ (3) วิเคราะห์ตัวแปรจำแนกการรับรู้และศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถาม มีกลุ่มตัวอย่างเป็นครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เข้าร่วมโครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนสู่มาตรฐานสากล รุ่นที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 358 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วย สถิติเชิงบรรยาย สถิติทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์จำแนก (discriminant analysis) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. โรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากลมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาให้นักเรียนมีศักยภาพเป็นพลโลก คือ มีความรู้ทางวิชาการที่เป็นเลิศ มีทักษะด้านภาษา มี่ทักษะในการคิดขั้นสูง มีความสามารถในการผลิตผลงานอย่างสร้างสรรค์ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีหลักในการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 โดยเพิ่มเติมสาระการเรียนรู้ที่มีความเป็นสากล เรียกว่า การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ประกอบด้วย 3 สาระการเรียนรู้ ได้แก่ IS1 – การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS2 - การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS3 – การนำองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) ซึ่งใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เรียกว่า บันได 5 ขั้นของการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ประกอบด้วย (1) การตั้งประเด็นคำถามและปัญหา (2) การสืบค้นความรู้จากแหล่งเรียนรู้และสารสนเทศ (3) การสรุปองค์ความรู้ (4) การสื่อสารและการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ และ (5) การบริการสังคมและจิตสาธารณะ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ใช้หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งพิจารณาจากคุณภาพของหลักฐานการเรียนรู้ในแต่ละขั้นของกิจกรรมการเรียนการสอน 2. ครูในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากลมีการรับรู้ในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากลโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีการรับรู้มากที่สุดในด้านเป้าหมายคุณภาพนักเรียน รองลงมาคือแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน และการจัดสาระการเรียนรู้ที่มีความเป็นสากลลงในหลักสูตรสถานศึกษา ตามลำดับ ส่วนศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากลโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีศักยภาพด้านการให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนในสาระการเรียนรู้ที่มีความเป็นสากลมากที่สุด รองลงมาคือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในสาระการเรียนรู้ที่มีความเป็นสากลตามลำดับ 3. ตัวแปรจำแนกการรับรู้ของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ ร้อยละ 50.55 จำแนกกลุ่มได้ถูกต้องร้อยละ 85.2 ตัวแปรที่จำแนกการรับรู้ของครูที่ดีที่สุด คือ ตัวแปรดัมมี่ความเป็นครูที่มีการศึกษาระดับปริญญาโท ส่วนตัวแปรจำแนกศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ ร้อยละ 16.56 จำแนกกลุ่มได้ถูกต้องร้อยละ 69.6 ตัวแปรที่จำแนกศักยภาพของครูที่ดีที่สุดคือ ตัวแปรดัมมี่ความเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่

บรรณานุกรม :
ธนภณ บุญพลอย . (2556). การวิเคราะห์การรับรู้และศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนภณ บุญพลอย . 2556. "การวิเคราะห์การรับรู้และศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนภณ บุญพลอย . "การวิเคราะห์การรับรู้และศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
ธนภณ บุญพลอย . การวิเคราะห์การรับรู้และศักยภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.