ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการพัฒนาอาคารเก่าแก่ในย่านพาณิชยกรรม : กรณีศึกษา เวิ้งนาครเขษม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการพัฒนาอาคารเก่าแก่ในย่านพาณิชยกรรม : กรณีศึกษา เวิ้งนาครเขษม
นักวิจัย : อุรฉัตร อร่ามทอง
คำค้น : ย่านการค้ากลางใจเมือง , อาคาร -- การบูรณะและการสร้างใหม่ , การพัฒนาชุมชน , ชุมชนเวิ้งนาครเขษม (กรุงเทพฯ) , Buildings -- Repair and reconstruction , Central business districts , Community development , Wueng Nakornkasem (Bangkok)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ , ศิริวรรณ ศิลาพัชรนันท์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/44529
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.) --จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

ชุมชนเวิ้งนาครเขษม เป็นชุมชนเก่าแก่ในเขตสัมพันธวงศ์ที่มีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ และกำลังได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟฟ้ามหานคร ชุมชนนี้อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าวังบูรพา ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างจึงทำให้มูลค่าที่ดินสูงขึ้น ดังนั้นเจ้าของที่ดินจึงเปิดประมูลขายที่ดินและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ของที่ดิน ทั้งนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ลงทุน ชาวชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ชุมชนเวิ้งนาครเขษมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และพานิชยกรรม 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาเพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการพัฒนา โดยพิจารณามิติทางด้านกายภาพเป็นหลัก และมิติทาง สังคม และ เศรษฐกิจเป็นประเด็นรอง วิธีการศึกษามีดังนี้ 1) สำรวจลักษณะทางกายภาพของกลุ่มอาคารและกิจกรรมในพื้นที่โดยรอบชุมชน 2) สัมภาษณ์กลุ่มประชากรที่เกี่ยวข้อง ผลของการวิเคราะห์ มีดังนี้ การสำรวจพื้นที่เพื่อประเมินคุณค่าอาคารเก่าและการใช้ประโยชน์อาคาร สามารถจำแนกเป็น 3 ยุคด้วยกัน ได้แก่ ยุคสมัยรัชกาลที่ 5 (โครงสร้างผนังรับน้ำหนัก), ยุคเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก) และยุคปัจจุบัน (อายุไม่เกิน 30 ปี) โดยอาคารเก่าที่สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเป็นตึกแถว 2 ชั้น มีโครงสร้างเป็นผนังรับน้ำหนัก จำนวน 200 คูหา ในจำนวนนี้มีอาคารที่ไม่ได้ต่อเติมดัดแปลงจำนวน 11 คูหา ซึ่งยังคงมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง การใช้ประโยชน์พื้นที่ชั้นล่างของอาคารส่วนใหญ่ใช้เพื่อการพาณิชยกรรม ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งได้แก่ เครื่องสูบน้ำ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหาร เช่น เครื่องขูดมะพร้าว เครื่องคั้นกะทิ เป็นต้น และรองลงมาคือสินค้าประเภทเครื่องดนตรี ซึ่งเป็นศูนย์การค้าเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียงมายาวนาน นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญในชุมชน คือ ศาลเจ้าพ่อหนูแดง และศาลเจ้าชุมชน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชนอีกด้วย ข้อเสนอแนะในการพัฒนาอาคารเก่าในบริเวณชุมชนเวิ้งนาครเขษม คือการทำให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และพัฒนาซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถยอมรับร่วมกันได้ ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และยังสามารถอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ และรักษาวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรม ของพื้นที่ไว้ได้

บรรณานุกรม :
อุรฉัตร อร่ามทอง . (2555). แนวทางการพัฒนาอาคารเก่าแก่ในย่านพาณิชยกรรม : กรณีศึกษา เวิ้งนาครเขษม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุรฉัตร อร่ามทอง . 2555. "แนวทางการพัฒนาอาคารเก่าแก่ในย่านพาณิชยกรรม : กรณีศึกษา เวิ้งนาครเขษม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุรฉัตร อร่ามทอง . "แนวทางการพัฒนาอาคารเก่าแก่ในย่านพาณิชยกรรม : กรณีศึกษา เวิ้งนาครเขษม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
อุรฉัตร อร่ามทอง . แนวทางการพัฒนาอาคารเก่าแก่ในย่านพาณิชยกรรม : กรณีศึกษา เวิ้งนาครเขษม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.