ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพในการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติในห้องพักของอาคารชุดพักอาศัยขนาดกลาง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพในการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติในห้องพักของอาคารชุดพักอาศัยขนาดกลาง
นักวิจัย : ขนิษฐานุช เลื่อนฉวี
คำค้น : การระบายอากาศ , หอพัก -- การระบายอากาศ , ห้องชุด -- การระบายอากาศ , Ventilation , Dormitories -- Heating and ventilation , Apartments -- Heating and ventilation
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรรณชลัท สุริโยธิน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/44507
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.) --จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

อาคารพักอาศัยแนวดิ่งมักพบกับข้อจำกัดในด้านการระบายอากาศ ซึ่งหอพักเป็นที่พักอาศัยที่มุ่งเน้นเรื่องจำนวนหน่วยพักอาศัยเป็นหลัก ทำให้ผังห้องพักถูกจัดวางอย่างแออัด ด้วยเหตุนี้พื้นที่ภายในห้องพักจึงไม่เหมาะแก่การระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยไม่ดีเท่าที่ควร โดยจากการศึกษารูปแบบห้องพักของหอพักที่พบในกรุงเทพมหานครโดยการสุ่มสำรวจพบรูปแบบห้องพัก 6 รูปแบบ จากข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่คำถามด้านการระบายอากาศของห้องพักแต่ละรูปแบบ การวิจัยในครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพการระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติของห้องพัก 6 รูปแบบ โดยนำปัจจัยเรื่องความเร็วลม ทิศทางของลม การปรับปรุงผังห้องพัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงช่องเปิด การติดตั้งครีบผนังแนวตั้ง (Wing wall) และทั้งการเปลี่ยนแปลงช่องเปิดและการติดตั้งครีบผนังแนวตั้ง มาใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณา แนวทางการวิจัยเป็นรูปแบบการจำลองด้วยโปรแกรมพลศาสตร์ของไหล (Computer Fluid Dynamic; CFD) โดยการจำลองหาค่าความเร็วลมเฉลี่ยเพื่อนำไปหาประสิทธิภาพการระบายอากาศ (ร้อยละ) ของห้องพัก 6 รูปแบบ ผลการจำลองพบว่า ห้องพักที่มีหน้าต่างบนผนัง 2 ด้าน (BC1) มีประสิทธิภาพการระบายอากาศดีที่สุดโดยเฉพาะเมื่อลมพัดมาจากทิศใต้ โดยปัจจัยที่ส่งเสริมการระบายอากาศมากที่สุดคือการย้ายช่องเปิดห้องน้ำพร้อมกับติดตั้งครีบผนังแนวตั้ง ห้องพักที่ไม่มีหน้าต่างบนผนังห้องน้ำ (BC4) ไม่มีประสิทธิภาพในการระบายอากาศในส่วนพักอาศัยไม่ว่าลมจะพัดมาจากทางทิศใดหรือมีการปรับปรุงห้องพักในรูปแบบใด ห้องพักที่มีหน้าต่างบนผนังห้องน้ำ (BC2) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายอากาศดีที่สุดเมื่อลมพัดมาในทิศตะวันออกเฉียงใต้ และมีการปรับปรุงห้องพักโดยการเปลี่ยนตำแหน่งหน้าต่างห้องน้ำพร้อมทั้งติดตั้งครีบผนังแนวตั้ง ในขณะที่ห้องพักที่เปิดพื้นที่ระเบียงเต็มความกว้างของห้องพัก (BC3) ได้รับอิทธิพลจากลมที่พัดมาจากทิศตะวันตก ทิศตะวันออก ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยหากห้องพักดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ลมน้อย (0.98 เมตร/วินาที) การปรับปรุงห้องพักโดยการเปลี่ยนการเปิดประตูระเบียงพร้อมทั้งติดตั้งครีบผนังแนวตั้ง 1 คู่ที่กลางระเบียงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศได้มากที่สุด และหากอยู่ในพื้นที่ลมมาก (1.87 เมตร/วินาที) การปรับปรุงห้องพักโดยการเปลี่ยนการเปิดประตูระเบียงจะมีอิทธิพลมากที่สุด ในห้องพักที่มีหน้าต่างบนผนังห้องน้ำและผนังฝั่งประตูระเบียง (BC5) ลมที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือ ลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ และการปรับปรุงห้องพักที่มีผลดีที่สุดคือการเปลี่ยนตำแหน่งหน้าต่างห้องน้ำพร้อมทั้งติดตั้งครีบผนังแนวตั้ง ส่วนห้องพักที่ไม่มีระเบียง (BC6) ลมที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือ ลมจากทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้ และการปรับปรุงห้องพักที่มีผลดีที่สุดคือการขยายหน้าต่าง 2 เท่าพร้อมทั้งติดตั้งครีบผนังแนวตั้ง

บรรณานุกรม :
ขนิษฐานุช เลื่อนฉวี . (2555). แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพในการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติในห้องพักของอาคารชุดพักอาศัยขนาดกลาง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ขนิษฐานุช เลื่อนฉวี . 2555. "แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพในการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติในห้องพักของอาคารชุดพักอาศัยขนาดกลาง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ขนิษฐานุช เลื่อนฉวี . "แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพในการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติในห้องพักของอาคารชุดพักอาศัยขนาดกลาง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
ขนิษฐานุช เลื่อนฉวี . แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพในการระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติในห้องพักของอาคารชุดพักอาศัยขนาดกลาง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.