ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการใช้ปุ๋ยที่มีต่อการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการใช้ปุ๋ยที่มีต่อการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว
นักวิจัย : สารินี โฉมแก้ว
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พันธวัศ สัมพันธ์พานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42949
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การศึกษาผลของการใช้ปุ๋ยต่อการปลดปล่อยก๊าซมีเทน และก๊าซไนตรัสออกไซด์ในนาข้าว ทำการศึกษาโดยการปลูกข้าวสายพันธุ์ปทุมธานี 80 หรือ กข31 เพื่อทำการเปรียบเทียบปุ๋ย 4 ชนิด ได้แก่ 1) แปลงทดลองที่มีการเติมปุ๋ยคอก (มูลวัว) 2) ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด 3) ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ และ 4) ปุ๋ยเคมี (สูตรยูเรีย 46-0-0 และสูตรแอมโมเนียมฟอสเฟต 16-20-0) ทำการเก็บตัวอย่าง 5 ระยะ ได้แก่ 1) ก่อนการเพาะปลูก (0 วัน) 2) ระยะต้นกล้าหรือหลังปักดำ 30 วัน 3) ระยะแตกกอ (60 วัน) 4) ระยะออกดอก (90 วัน) และ 5) ระยะก่อนการเก็บเกี่ยว (120 วัน) ในการเก็บตัวอย่างก๊าซได้ทำการวิเคราะห์ปริมาณก๊าซมีเทน ด้วยเครื่องก๊าซโครมาโตกราฟี (Gas Chromatography; GC) และวิเคราะห์ก๊าซไนตรัสออกไซด์ ด้วยเครื่องวิเคราะห์สารอินฟาเรด (Fourier Transform Infrared Spectroscopy; FTIR) ผลการวิเคราะห์ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซมีเทนเฉลี่ยตลอดทั้งฤดูกาล พบว่า ชุดการทดลองที่เติมปุ๋ยเคมีมีค่าการปลดปล่อยก๊าซมีเทนเฉลี่ยตลอดฤดูกาลสูงที่สุด คือ 1.19 มิลลิกรัมต่อตารางเมตรต่อวัน รองลงมา ได้แก่ แปลงทดลองที่เติมปุ๋ยคอก (มูลวัว) แปลงทดลองที่เติมปุ๋ยอินทรีย์น้ำ แปลงควบคุมไม่เติมปุ๋ย และแปลงทดลองที่เติมปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด มีค่าการปลดปล่อยก๊าซมีเทนเฉลี่ยตลอดฤดูกาลเท่ากับ 1.13, 1.04, 0.99 และ 0.44 มิลลิกรัมต่อตารางเมตรต่อวัน ตามลำดับ ในส่วนของปริมาณการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์เฉลี่ยตลอดทั้งฤดูกาล พบว่า แปลงทดลองที่เติมปุ๋ยคอก (มูลวัว) มีการปลดปล่อยสูงที่สุด เท่ากับ 1.84 มิลลิกรัมต่อตารางเมตรต่อวัน ในขณะที่ชุดการทดลองอื่นๆนั้น มีค่าการปลดปล่อยไม่แตกต่างกันทางสถิติ ได้แก่ แปลงทดลองที่เติมปุ๋ยเคมี แปลงควบคุม แปลงทดลองที่เติมปุ๋ยอินทรีย์น้ำ และแปลงทดลองที่เติมปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด โดยมีการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์เท่ากับ 0.67, 0.66, 0.65 และ 0.54 มิลลิกรัมต่อตารางเมตรต่อวัน ตามลำดับ จึงสามารถสรุปได้ว่าการเติมปุ๋ยเคมีในแปลงนาส่งผลต่อปริมาณการเกิดก๊าซมีเทนสูงที่สุด และ แปลงนาที่เติมปุ๋ยคอกส่งผลต่อปริมาณการเกิดก๊าซไนตรัสออกไซด์ในนาข้าวสูงที่สุด ส่วนแปลงที่เติมปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดส่งผลต่อการปลดปล่อยก๊าซทั้งสองชนิดต่ำที่สุด แต่เมื่อพิจารณาผลผลิตข้าว พบว่า แปลงนาที่เติมปุ๋ยเคมีให้ผลผลิตสูงสุดคือ 1,042 กิโลกรัมต่อไร่ รองลงมาได้แก่ แปลงนาที่เติมปุ๋ยอินทรีย์น้ำ แปลงนาที่เติมปุ๋ยคอก แปลงนาควบคุมที่ไม่มีการเติมปุ๋ย และแปลงนาที่เติมปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด โดยมีผลผลิตเท่ากับ 904, 843, 820 และ 791 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมีข้อแนะนำในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวและลดปัญหาการปลดปล่อยก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์ในนาข้าว

บรรณานุกรม :
สารินี โฉมแก้ว . (2556). ผลของการใช้ปุ๋ยที่มีต่อการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สารินี โฉมแก้ว . 2556. "ผลของการใช้ปุ๋ยที่มีต่อการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สารินี โฉมแก้ว . "ผลของการใช้ปุ๋ยที่มีต่อการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
สารินี โฉมแก้ว . ผลของการใช้ปุ๋ยที่มีต่อการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.