| ชื่อเรื่อง | : | การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทำนาข้าวต่างสายพันธุ์ |
| นักวิจัย | : | ยุทธพงษ์ พงษ์อักษร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พันธวัศ สัมพันธ์พานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42947 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 การศึกษาการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ ก๊าซมีเทน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากชนิดของพันธุ์ข้าว 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 80 ข้าวพันธุ์ชัยนาท 80 และข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 ร่วมกับการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมี และไม่มีการใส่ปุ๋ยใดๆ รวมทั้งสิ้น 12 แปลงทดลอง ซึ่งได้ทำการเก็บตัวอย่างอากาศโดยใช้กล่องพลาสติก (Chamber) ครอบต้นข้าวในแปลงๆ ละ 3 จุด ในระยะการเจริญเติบโตของข้าว คือ ระยะต้นกล้าหลังปักดำ (30 วัน) ระยะแตกกอ (60 วัน) ระยะออกดอกหรือตั้งท้อง (90 วัน) และระยะก่อนการเก็บเกี่ยว (120 วัน) เพื่อนำไปวิเคราะห์หาปริมาณก๊าซมีเทน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยเครื่องก๊าซโครมาโตกราฟี ผลการทดลอง พบว่า แปลงนาที่มีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสูงสุด คือ แปลงที่ใส่ปุ๋ยเคมีและปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 มีค่าเท่ากับ 1.79±0.98 มิลลิกรัมต่อตารางเมตรต่อวัน ผลผลิต 534.7 กิโลกรัมต่อไร่ และข้าวพันธุ์ชัยนาท 80 และมีการใส่ปุ๋ยเคมี มีค่าการปลดปล่อยต่ำที่สุด เท่ากับ 0.47±0.47 มิลลิกรัมต่อตารางเมตรต่อวัน ผลผลิต 1,061.2 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนแปลงนาที่มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดคือ แปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 1 และมีการใส่ปุ๋ยเคมี มีค่าเท่ากับ 534.10±109.05 มิลลิกรัมต่อตารางเมตรต่อวัน ผลผลิต 534.7 กิโลกรัมต่อไร่ และแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 และมีการเติมปุ๋ยคอก มีการปลดปล่อยต่ำที่สุด มีค่าเท่ากับ 218.28±29.15 มิลลิกรัมต่อตารางเมตรต่อวัน ผลผลิต 657.0 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาปัจจัยในด้านผลผลิตข้าวและการส่งเสริมและให้การสนับสนุนการทำนาเพื่อสิ่งแวดล้อมแล้ว สามารถกล่าวได้ว่าพันธุ์ข้าวที่ควรสนับสนุนให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูก คือ ข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 ที่มีการใส่ปุ๋ยคอก ที่มีอัตราการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อผลผลิตต่ำที่สุดคือ 74.22 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อไร่ต่อรอบการผลิต รวมทั้งยังเป็นรูปแบบของการใช้ปุ๋ยคอกซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถช่วยปรับสภาพและทำให้ดินมีคุณภาพที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุเป็นธาตุอาหารที่เหมาะสมสำหรับพืช ทำให้ระบบนิเวศในดินมีความสมบูรณ์ ในขณะที่การใช้ปุ๋ยเคมีนั้นอาจเกิดการตกค้างของสารเคมีในดิน น้ำ พืช หรือสิ่งมีชีวิตได้ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมแล้วยังจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของเกษตรกรและผู้บริโภคด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ยุทธพงษ์ พงษ์อักษร . (2556). การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทำนาข้าวต่างสายพันธุ์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ยุทธพงษ์ พงษ์อักษร . 2556. "การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทำนาข้าวต่างสายพันธุ์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ยุทธพงษ์ พงษ์อักษร . "การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทำนาข้าวต่างสายพันธุ์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. ยุทธพงษ์ พงษ์อักษร . การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทำนาข้าวต่างสายพันธุ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
