ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบำบัดน้ำกากส่าโดยใช้กากตะกอนระบบผลิตน้ำประปา เถ้าลอยแอสฟัลท์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบำบัดน้ำกากส่าโดยใช้กากตะกอนระบบผลิตน้ำประปา เถ้าลอยแอสฟัลท์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
นักวิจัย : ปภาวดี โชคสุวรรณกิจ
คำค้น : น้ำเสีย -- การบำบัด -- กระบวนการแบบตะกอนเร่ง , อุตสาหกรรมสุรา , กากตะกอนน้ำเสีย , การตกตะกอน (เคมี) , ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ , น้ำกากส่า , Sewage -- Purification -- Activated sludge process , Liquor industry , Sewage sludge , Precipitation (Chemistry) , Hydrogen peroxide
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ธเรศ ศรีสถิตย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42638
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาความสามารถของกากตะกอนจากระบบผลิตน้ำประปาและเถ้าลอยแอสฟัลท์ในการลดซีโอดีและสีในน้ำกากส่าเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สารส้มและปูนขาวเป็นโคแอกกูแลนต์โดยใช้จาร์เทสต์ และศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดน้ำกากส่าเมื่อใช้กากตะกอนจากระบบผลิตน้ำประปาและ เถ้าลอยแอสฟัลท์ร่วมกับการออกซิเดชันด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยเปรียบเทียบกับสารส้มและ ปูนขาว การทดสอบหาสภาวะที่เหมาะสมใช้วิธีทดสอบของดันแคน (Duncan’s new multiple range test) ที่ระดับความมีนัยสำคัญ 0.05 จากผลการศึกษาความสามารถของกากตะกอนจากระบบผลิตน้ำประปาและเถ้าลอยแอสฟัลท์ในการเป็นโคแอกกูแลนต์เพื่อลดซีโอดีและสีในน้ำกากส่าเมื่อเปรียบเทียบกับสารส้มและปูนขาว พบว่า ร้อยละการบำบัดซีโอดีจากการตกตะกอนที่สภาวะเหมาะสมด้วยปูนขาวจะมีค่ามากที่สุด รองลงมาคือ กากตะกอนจากระบบผลิตน้ำประปา สารส้ม และเถ้าลอยแอสฟัลท์ ซึ่งมีค่าเป็น 40.20, 30.77, 22.88 และ13.51% ตามลำดับ ส่วนร้อยละการบำบัดความเข้มสีจากการตกตะกอนด้วยปูนขาวจะมีค่าสูงสุด รองลงมาคือ สารส้ม กากตะกอนจากระบบผลิตน้ำประปา และเถ้าลอยแอสฟัลท์ ซึ่งมีค่าเป็น 37.76, 26.32, 23.50 และ -15.71% ตามลำดับ ต่อมาเมื่อทำการออกซิไซด์ด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ พบว่า ร้อยละการบำบัดซีโอดีจากการตกตะกอนด้วยกากตะกอนจากระบบผลิตน้ำประปาจะมีค่ามากที่สุด รองลงมาคือ สารส้ม เถ้าลอยแอสฟัลท์และปูนขาว ซึ่งมีค่าเป็น 51.92, 42.24, 26.87 และ 24.31% ตามลำดับ ส่วนร้อยละการบำบัดความเข้มสีจากการตกตะกอนด้วยเถ้าลอยแอสฟัลท์จะมีค่าสูงสุด รองลงมาคือกากตะกอนจากระบบผลิตน้ำประปา สารส้มและปูนขาว ซึ่งมีค่าการบำบัดเป็น 54.92, 14.85, 11.92 และ 3.20% ตามลำดับโดยค่าพีเอชในน้ำสุดท้ายมีค่าเป็น 2.86, 2.82, 3.23 และ 7.71 ตามลำดับ เมื่อพิจารณากระบวนการบำบัดทั้งหมด พบว่า กากตะกอนจากระบบผลิตน้ำประปาสามารถบำบัดน้ำกากส่าร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ให้ประสิทธิภาพการบำบัดซีโอดีโดยรวมมากที่สุด คือ 67.26% (240 ก./ล.ของ H₂O₂) และปูนขาวสามารถบำบัดน้ำกากส่าร่วมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ให้ประสิทธิภาพการบำบัดสีโดยรวมมากที่สุด 43.83% (150 ก./ล.ของ H₂O₂) ดังนั้นโอกาสการนำกากตะกอนจากระบบผลิตน้ำประปากลับมาใช้ใหม่จึงเป็นไปได้มาก

บรรณานุกรม :
ปภาวดี โชคสุวรรณกิจ . (2550). การบำบัดน้ำกากส่าโดยใช้กากตะกอนระบบผลิตน้ำประปา เถ้าลอยแอสฟัลท์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปภาวดี โชคสุวรรณกิจ . 2550. "การบำบัดน้ำกากส่าโดยใช้กากตะกอนระบบผลิตน้ำประปา เถ้าลอยแอสฟัลท์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปภาวดี โชคสุวรรณกิจ . "การบำบัดน้ำกากส่าโดยใช้กากตะกอนระบบผลิตน้ำประปา เถ้าลอยแอสฟัลท์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ปภาวดี โชคสุวรรณกิจ . การบำบัดน้ำกากส่าโดยใช้กากตะกอนระบบผลิตน้ำประปา เถ้าลอยแอสฟัลท์และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.