ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัญหาหนี้หลังสัญญา : ศึกษาเฉพาะกรณีการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัญหาหนี้หลังสัญญา : ศึกษาเฉพาะกรณีการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ
นักวิจัย : จุรีพร คำพจนาพล
คำค้น : ความรับผิด (กฎหมาย) , สัญญา , ความลับ -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , Liability (Law) , Contracts , Secrecy -- Law and legislation
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ , ศนันท์กรณ์ โสตถิพันธุ์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42622
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

ในกรณีที่สัญญาได้ระงับหรือสิ้นสุดลงไปแล้วก็ดี หรือสัญญาได้มีการปฏิบัติการชำระหนี้แล้วก็ดี คู่สัญญายังอาจมีหนี้หรือหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อกันภายหลัง เช่น หนี้หรือหน้าที่ในการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาปัญหาเกี่ยวกับหนี้หรือหน้าที่ในเรื่องดังกล่าว โดยเล็งเห็นถึงปัญหาในปัจจุบันที่ข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้นและมีผลต่อธุรกิจหรือประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าของข้อมูลหรือคู่สัญญาไม่เฉพาะแต่เพียงในระหว่างสัญญา แต่รวมถึงหลังสัญญาด้วย ผู้เขียนได้ทำการศึกษาหลักกฎหมายของประเทศอังกฤษและประเทศเยอรมันพบว่า ประเทศอังกฤษให้ความคุ้มครองต่อข้อมูลที่มีสภาพเป็นความลับตามหลักความไว้เนื้อเชื่อใจ (Law of Confidence) บนพื้นฐานของหลักความยุติธรรม (Equity) ขณะที่ประเทศเยอรมันให้ความสำคัญต่อหลักสุจริตและมีบทบัญญัติที่กำหนดหน้าที่เสริมนอกเหนือไปจากหนี้หรือหน้าที่หลักตามสัญญา โดยมีลักษณะในเชิงป้องกันความเสียหายแก่คู่สัญญาอีกฝ่ายและเพื่อให้การปฏิบัติการชำระหนี้หลักตามสัญญาเป็นไปโดยสมบูรณ์ หน้าที่ดังกล่าวยังคงมีอยู่แม้ภายหลังสัญญา การฝ่าฝืนย่อมนำมาซึ่งความรับผิดตามหลักความรับผิดหลังสัญญา (Culpa post contractum finitum) ดังนั้น การรักษาข้อมูลความลับจึงควรถือเป็นหน้าที่เสริมอย่างหนึ่งของคู่สัญญาที่ยังต้องปฏิบัติต่อกันโดยการงดเว้นหรือไม่เปิดเผยความลับนั้นภายหลังสัญญา ทั้งยังเป็นไปตามหลักความไว้เนื้อเชื่อใจที่บุคคลมีอยู่ต่อกัน โดยที่ประเทศไทยแม้จะมีการแบ่งชนิดของหนี้ในลักษณะหนี้ประธานและหนี้อุปกรณ์ ซึ่งหนี้อุปกรณ์เทียบเคียงได้กับหน้าที่เสริมตามหลักกฎหมายเยอรมัน แต่ก็ยังไม่มีการบัญญัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับหน้าที่เสริมดังเช่นมาตรา 241 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งเยอรมัน ทั้งหลักความไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้เป็นหลักสำคัญที่ศาลนำมาใช้ในการพิจารณาเพื่อให้ความคุ้มครองต่อข้อมูลที่เป็นความลับดังเช่นศาลของประเทศอังกฤษ ดังนั้น ผู้เขียนจึงเสนอแนะแนวทางในการนำหลักสุจริตมาปรับใช้ในกรณีการพิจารณาเกี่ยวกับหนี้หรือหน้าที่และความรับผิดภายหลังสัญญา หรือเพิ่มบทบัญญัติในเรื่องหน้าที่เสริมให้ชัดเจนดังเช่นกฎหมายเยอรมัน นอกจากนี้ควรเพิ่มบทบัญญัติเรื่องหนี้หรือหน้าที่ในการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับไว้ในกฎหมายเฉพาะต่าง ๆ รวมทั้งการเพิ่มบทบัญญัติให้เรื่องสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลความลับที่ไม่เป็นธรรมถือเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมประการหนึ่งในพระราชบัญญัติข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมฯ

บรรณานุกรม :
จุรีพร คำพจนาพล . (2555). ปัญหาหนี้หลังสัญญา : ศึกษาเฉพาะกรณีการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จุรีพร คำพจนาพล . 2555. "ปัญหาหนี้หลังสัญญา : ศึกษาเฉพาะกรณีการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จุรีพร คำพจนาพล . "ปัญหาหนี้หลังสัญญา : ศึกษาเฉพาะกรณีการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
จุรีพร คำพจนาพล . ปัญหาหนี้หลังสัญญา : ศึกษาเฉพาะกรณีการรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.