| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีผลต่อ การพัฒนาสมรรถภาพเชิงวิชาชีพของนิสิตนักศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ |
| นักวิจัย | : | เพ็ญพิมล ลีโนทัย |
| คำค้น | : | Professional competence , Business administration -- Study and teaching , สมรรถภาพทางวิชาชีพ , การพัฒนานักศึกษา , การบริหารธุรกิจ -- การศึกษาและการสอน , ปริญญาดุษฎีบัณฑิต |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ปทีป เมธาคุณวุฒิ , สุชาดา บวรกิติวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | 9743339949 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/41272 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542 พัฒนารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีผลต่อ การพัฒนาสมรรถภาพเชิงวิชาชีพของนิสิตนักศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ และเปรียบเทียบเส้นทางอิทธิพลระหว่างตัวแปรแฝง ในรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุดังกล่าว ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สังกัดทบวงมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยตัวแปรแฝง 6 ตัว และตัวแปรสังเกตได้ 26 ตัว กลุ่มตัวอย่างเป็นนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ ชั้นปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2542 จำแนกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มตัวอย่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ กลุ่มตัวอย่างสถาบันอุดมศึกษาเอกชนสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย และกลุ่มตัวอย่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,420 คน เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบความตรงของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ ประกอบด้วยแบบสอบถาม 1 ฉบับ แบบวัดทัศนคติต่อการเรียน-อาชีพ 1 ฉบับ และแบบวัดสมรรถภาพเชิงวิชาชีพ 1 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่างและลักษณะการแจกแจงตัวแปร โดยหาค่าสถิติพื้นฐาน ตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ สมมติฐานกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ด้วยโปรแกรมลิสเรล 8.14 ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาสมรรถภาพเชิงวิชาชีพ สาขาบริหารธุรกิจมี 5 ประการ ได้แก่ ลักษณะภูมิหลังของนิสิตนักศึกษา กลุ่มอ้างอิงนอกสถาบัน หลักสูตร-โปรแกรมการเรียน ประสบการณ์ในชั้นเรียนและประสบการณ์นอกชั้นเรียน โดยที่รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ ที่พัฒนาและปรับปรุงแล้วจำแนกได้เป็น 3 โมเดล ที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ของแต่ละกลุ่มตัวอย่างอยู่ในเกณฑ์ดี กล่าวคือ ตัวแปรในโมเดลสามารถอธิบายค่าความแปรปรวน ของตัวแปรสมรรถภาพเชิงวิชาชีพสาขาบริหารธุรกิจได้ร้อยละ 81.6 ร้อยละ 98.6 และร้อยละ 85.4 ในกลุ่มตัวอย่างสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษาของรัฐกระทรวงศึกษาธิการ ตามลำดับ ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย มีดังนี้ 1. สถาบันอุดมศึกษาของรัฐสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ควรปรับปรุงวิธีสอนและการจัดประสบการณ์ในชั้นเรียน ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถภาพเชิงวิชาชีพให้เพิ่มมากขึ้นด้วย 2. สถาบันอุดมศึกษาเอกชนสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ควรปรับเปลี่ยนวิธีสอนและการจัดประสบการณ์ในชั้นเรียนใหม่ เนื่องจากผลการวิจัย .. |
| บรรณานุกรม | : |
เพ็ญพิมล ลีโนทัย . (2542). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีผลต่อ การพัฒนาสมรรถภาพเชิงวิชาชีพของนิสิตนักศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เพ็ญพิมล ลีโนทัย . 2542. "รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีผลต่อ การพัฒนาสมรรถภาพเชิงวิชาชีพของนิสิตนักศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เพ็ญพิมล ลีโนทัย . "รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีผลต่อ การพัฒนาสมรรถภาพเชิงวิชาชีพของนิสิตนักศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print. เพ็ญพิมล ลีโนทัย . รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีผลต่อ การพัฒนาสมรรถภาพเชิงวิชาชีพของนิสิตนักศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
|
