| ชื่อเรื่อง | : | การหาการกัดกร่อนของพื้นผิวคอนกรีตกำบังรังสีจากอันตรกิริยากับโลหะผสม เหล็ก ตะกั่ว ดีบุก บิสมัทหลอมเหลว |
| นักวิจัย | : | ศึกษิต แสงแก้ว |
| คำค้น | : | เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู , คอนกรีต -- การกัดกร่อน , การทดสอบแบบไม่ทำลาย , Nuclear reactors , Concrete -- Corrosion , Nondestructive testing |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ดุลยพงศ์ วงศ์แสวง , สุวิทย์ ปุณณชัยยะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/37904 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 ศึกษาหาการกัดกร่อนของพื้นผิวคอนกรีตจากอันตรกิริยากับโลหะผสม เหล็ก ตะกั่ว ดีบุก และบิสมัทหลอมเหลวแบบเฉียบพลัน เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการวิเคราะห์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ มีตัวแปรหลักในการวิจัยคือ ชนิดของคอนกรีตและอัตราส่วนผสมระหว่างเหล็กต่อตะกั่ว ดีบุกและบิสมัทหลอมเหลว (Fe:LM) โดยสร้างคอนกรีตกำบังรังสี 2 ชนิด คือ คอนกรีตธรรมดาและคอนกรีตมวลหนักจากแร่แบไรท์ มีค่ากำลังอัดคอนกรีตเฉลี่ย 417.5 และ 378.4 kg/cm² ตามลำดับ มีค่าสัมประสิทธิ์การลดทอนรังสีแกมมาที่พลังงาน 0.662, 1.170 และ 1.330 MeV สำหรับคอนกรีตธรรมดาเท่ากับ 0.1916, 0.1518 และ 0.1340 cm⁻¹ สำหรับคอนกรีตมวลหนักเท่ากับ 0.2382, 0.1787 และ 0.1654 cm⁻¹ ตามลำดับ ทำการสร้างเตาหลอมโลหะอาร์คพลาสมา (Plasma Arc Furnace, PAF) ขนาดกำลังไฟฟ้า 13 กิโลวัตต์ เพื่อใช้สำหรับหลอมโลหะผสมในงานวิจัย ผลการหาการกัดกร่อนของคอนกรีตโดยวิธีการถ่ายภาพด้วยรังสีแกมมาและการผ่าคอนกรีต พบว่า คอนกรีตธรรมดาและคอนกรีตมวลหนักมีการกัดกร่อนที่ระดับพื้นผิวเล็กน้อย เมื่อทำอันตรกิริยากับโลหะผสมเหล็ก ตะกั่ว ดีบุก และบิสมัทหลอมเหลวปริมาตร 50 ลบ.ซม. ลักษณะการกัดกร่อนเป็นแบบทั่วผิวหน้าของคอนกรีตที่กระทำอันตรกิริยากับโลหะหลอมเหลว โดยมีการกัดกร่อนมากที่สุดและน้อยที่สุดที่อัตราส่วนผสมโลหะ Fe 100 wt.% และ LM 100 wt.% ตามลำดับ เนื่องจากโลหะผสมหลอมเหลวที่กระทำอันตรกิริยากับคอนกรีตมีปริมาณน้อยและเหล็กหลอมเหลว มีค่าความร้อนแฝงในการหลอมเหลวสูงกว่า LM จึงสามารถเกิดอันตรกิริยากับคอนกรีตได้นานกว่า ทำให้สามารถสังเกตเห็นการกัดกร่อนได้มากกว่า ดังนั้น เหล็กหลอมเหลวจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการกัดกร่อนของคอนกรีต ส่วน LM ไม่ปรากฏผลการกัดกร่อนของคอนกรีตอย่างมีนัยสำคัญ |
| บรรณานุกรม | : |
ศึกษิต แสงแก้ว . (2553). การหาการกัดกร่อนของพื้นผิวคอนกรีตกำบังรังสีจากอันตรกิริยากับโลหะผสม เหล็ก ตะกั่ว ดีบุก บิสมัทหลอมเหลว.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศึกษิต แสงแก้ว . 2553. "การหาการกัดกร่อนของพื้นผิวคอนกรีตกำบังรังสีจากอันตรกิริยากับโลหะผสม เหล็ก ตะกั่ว ดีบุก บิสมัทหลอมเหลว".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศึกษิต แสงแก้ว . "การหาการกัดกร่อนของพื้นผิวคอนกรีตกำบังรังสีจากอันตรกิริยากับโลหะผสม เหล็ก ตะกั่ว ดีบุก บิสมัทหลอมเหลว."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. ศึกษิต แสงแก้ว . การหาการกัดกร่อนของพื้นผิวคอนกรีตกำบังรังสีจากอันตรกิริยากับโลหะผสม เหล็ก ตะกั่ว ดีบุก บิสมัทหลอมเหลว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
