| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาแนวทางในการจัดการวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ธัชชัย จันทร์รัชชกูล |
| คำค้น | : | การจัดการวัสดุ , อุตสาหกรรมการก่อสร้าง -- การจัดการวัสดุ , Materials management , Construction industry -- Material management |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นพดล จอกแก้ว , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/38335 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 ในปัจจุบันการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานก่อสร้างเนื่องจาก อาคารเดิมมีการเสื่อมสภาพหรือต้องการสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ทดแทน ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยยังมีแนวทางการจัดการวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่ไม่หลากหลาย โดยจากการศึกษาพบว่าในต่างประเทศมีแนวทางการจัดการที่หลากหลายกว่า ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่แนวทางในการจัดการวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศสามารถนำมาใช้ได้กับในประเทศไทย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในประเทศไทย โดยการศึกษาวิธีการจัดการวัสดุที่มีอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบันอย่างละเอียดและศึกษาวิธีการจัดการวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนในต่างประเทศ หลังจากนั้นจึงทำการเปรียบเทียบเพื่อให้ได้วิธีการจัดการที่แตกต่างและนำวิธีการจัดการเหล่านั้นทดลองใช้กับกรณีของประเทศไทย ซึ่งในการศึกษานี้ได้ศึกษาวัสดุในส่วนของส่วนประกอบของงานอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ได้แก่ คอนกรีต เหล็กเสริมคอนกรีต เหล็กรูปพรรณ ไม้ส่วนโครงสร้าง ประตูและหน้าต่าง และวัสดุมุงหลังคา จากการศึกษาโดยการเปรียบเทียบพบว่าในต่างประเทศมีการนำเศษคอนกรีตที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างมาใช้เป็นมวลรวมหยาบสำหรับผสมคอนกรีต ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีการจัดการในแนวทางดังกล่าว ดังนั้นจึงมีการทดลองนำเศษคอนกรีตที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างมาบดย่อยเป็นมวลรวมหยาบผสมคอนกรีตโดยพิจารณาจากอัตราผลผลิต และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รวมถึงคุณสมบัติของคอนกรีตที่ผสมโดยใช้มวลรวมหยาบจากเศษคอนกรีตที่บดย่อย ซึ่งใช้วิธีการบดย่อยโดย แรงงานคน การส่งโรงโม่หิน และใช้เครื่องบดย่อยขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในส่วนของการนำไม้ที่เกิดจากการรื้อถอนนำกลับมาใช้ใหม่ โดยการศึกษาในส่วนของค่าใช้จ่าย และคุณสมบัติไม้ ผลจากการวิจัยพบว่าการนำเศษคอนกรีตที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างมาบดย่อยเพื่อใช้เป็นมวลรวมหยาบโดยใช้แรงงานคนมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เนื่องจากมีอัตราผลผลิตที่ต่ำเมื่อเทียบกับการใช้หินก่อสร้างสำหรับผสมคอนกรีต โดยจากการศึกษาคุณสมบัติของคอนกรีตพบว่ากำลังรับแรงอัดของคอนกรีตที่ผสมโดยใช้มวลรวมหยาบจากเศษคอนกรีตต่ำกว่าคอนกรีตที่ใช้หินก่อสร้างเป็นมวลรวมหยาบ ในขณะที่ใช้การบดย่อยเศษคอนกรีตโดยส่งโรงโม่หินพบว่าอาจมีต้นทุนที่สูง เนื่องจากต้องมีการขนส่งเศษคอนกรีตจากหน่วยงานก่อสร้างไปยังโรงโม่หิน แต่ถ้าใช้เครื่องย่อยหินขนาดเล็กเข้ามาช่วยในการบดย่อยเศษคอนกรีตพบว่าสามารถทำให้ต้นทุนในการบดย่อยเศษคอนกรีตลดลงเมื่อเทียบกับการบดย่อยโดยการใช้แรงงานคน แต่ต้นทุนใกล้เคียงกับการใช้หินก่อสร้าง ในขณะที่การนำไม้ที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างกลับมาใช้ใหม่พบว่ามีต้นทุนที่ต่ำกว่าไม้ก่อสร้างใหม่ในกรณีของไม้เนื้อแข็ง ในขณะที่ไม้เนื้ออ่อนมีต้นทุนที่สูงกว่า โดยไม้มีคุณภาพที่สามารถนำไปใช้งานได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ธัชชัย จันทร์รัชชกูล . (2550). การศึกษาแนวทางในการจัดการวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธัชชัย จันทร์รัชชกูล . 2550. "การศึกษาแนวทางในการจัดการวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธัชชัย จันทร์รัชชกูล . "การศึกษาแนวทางในการจัดการวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. ธัชชัย จันทร์รัชชกูล . การศึกษาแนวทางในการจัดการวัสดุที่เกิดจากการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
