| ชื่อเรื่อง | : | สารออกฤทธิ์จากแบคทีเรียที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งราก่อโรคในกล้วยไม้ Colletotrichum gloeosporioides และ Curvularia lunata |
| นักวิจัย | : | รพีวรรณ โสวรรณปรีชา |
| คำค้น | : | กล้วยไม้ -- โรคและศัตรูพืช , โรคเกิดจากเชื้อราในพืช , แบคทีเรีย , Orchids -- Diseases and pests , Fungal diseases of plants , Colletotrichum gloeosporioides , Curvularia lunata , Bacteria |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ปาหนัน เริงสำราญ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36611 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 คัดเลือกแบคทีเรีย N3 จากทั้งหมด 10 ไอโซเลต เนื่องจากสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ Colletotrichum gloeosporioides และ Curvularia lunata ซึ่งป็นราที่ก่อโรคแอนแทรคโนส และโรคดอกสนิมหรือจุดสนิมในกล้วยไม้ได้ จากนั้นนำไปหาภาวะที่เหมาะสมเพื่อให้แบคทีเรียสร้างสารที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งราได้ดีที่สุด โดยแปรผันชนิดของอาหารเลี้ยงเชื่อ pH และอุณหภูมิ พบว่า แบคทีเรีย N3 สร้างสารที่มีฤทธิ์ในการยับยังการเจริญของรา C. gloeosporioides และ C. lunata ได้ดีที่สุด เมื่อเลี้ยงในอาหารเหลว TSB pH 7 ที่อุณหภูมิ 37°C เป็นเวลา 18 ชั่วโมง และเลี้ยงแบคทีเรีย N3 ในอาหารเหลว TSB pH 6 ที่อุณหภูมิ 37°C เป็นเวลา 21 ชั่วโมง ตามลำดับ จากนั้นนำน้ำเลี้ยงเชื้อที่ไม่มีเซลล์แบคทีเรียไปทดสอบความเสถียรต่อ pH และอุณหภูมิ เป็นเวลา 20 นาที พบว่าสารที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของราทั้งสองชนิดสามารถทนต่อ pH ตั้งแต่ 2-10 ได้ และทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 20-121°C จากการตกตะกอนโปรตีนด้วยแอมโมเนียมซัลเฟตในช่วง 40-80% แล้วนำไปทำให้บริสุทธิ์ด้วยวิธีคอลัมน์โครมาโทกราฟีบน DEAE Bio-gel A พบว่าโปรตีนในช่วงของลำดับส่วนที่ 96-100 มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของรา C. lunata ได้ เมื่อนำโปรตีนที่ได้ไปวิเคราะห์ด้วยวิธี SDS-PAGE พบว่า มีขนาด 63.3 และ 39.6 kDa ผลการทดสอบโปรตีนบริสุทธิ์ที่ได้ต่อการงอกของสปอร์ของรา C.lunata พบว่าเส้นใยเกิดการบวมและมีการโป่งพอง เมื่อทดสอบหาความเข้มข้นที่ต่ำที่สุดของน้ำเลี้ยงเชื้อที่ไม่มีเซลล์แบคทีเรียที่สามารถยับยั้งการเจริญของรา C. gloeosporioides และ C. lunata ได้ พบว่ามีค่าเท่ากับ 15.62 และ 7.81 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ และเมื่อนำโปรตีนบริสุทธิ์ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของรา C.lunata มาหาความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญของราได้ พบว่ามีค่าเท่ากับ 3.12 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร แบคทีเรีย N3 เป็นแบคทีเรียแกรมบวก รูปร่างเป็นท่อน สร้างสปอร์ได้ เมื่อวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์บริเวณ 16S rDNA พบว่ามีความใกล้เคียงกับ Bacillus subtilis ถึง 99% จากผลการทดลองเหล่านี้แสดงแนวโน้มว่าสามารถนำแบคทีเรีย N3 หรือสารที่มีฤทธิ์ไปประยุกต์ใช้เพื่อยับยั้งการเจริญของราที่ก่อโรคในกล้วยไม้ในสภาพแวดล้อมได้ |
| บรรณานุกรม | : |
รพีวรรณ โสวรรณปรีชา . (2553). สารออกฤทธิ์จากแบคทีเรียที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งราก่อโรคในกล้วยไม้ Colletotrichum gloeosporioides และ Curvularia lunata.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รพีวรรณ โสวรรณปรีชา . 2553. "สารออกฤทธิ์จากแบคทีเรียที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งราก่อโรคในกล้วยไม้ Colletotrichum gloeosporioides และ Curvularia lunata".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รพีวรรณ โสวรรณปรีชา . "สารออกฤทธิ์จากแบคทีเรียที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งราก่อโรคในกล้วยไม้ Colletotrichum gloeosporioides และ Curvularia lunata."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. รพีวรรณ โสวรรณปรีชา . สารออกฤทธิ์จากแบคทีเรียที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งราก่อโรคในกล้วยไม้ Colletotrichum gloeosporioides และ Curvularia lunata. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
