| ชื่อเรื่อง | : | กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการพัฒนาแบบก้าวกระโดด |
| นักวิจัย | : | พิพัฒน์ ภู่ภีโญ |
| คำค้น | : | โรงเรียน -- การบริหาร , โรงเรียนขนาดเล็ก -- การบริหาร , School management and organization , Small schools -- Administration |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ปิยพงษ์ สุเมตติกุล , พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2555 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36297 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด เพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและภาวะคุกคามของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด และเพื่อพัฒนากลยุทธ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กให้มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ข้อมูลเชิงปริมาณมาจากกลุ่มตัวอย่าง 203 โรงเรียน โดยเครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถาม และได้วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย วิเคราะห์ลำดับของความต้องการจำเป็นด้วยเทคนิค PNI[subscript Modified] ข้อมูลเชิงคุณภาพมาจากการสัมภาษณ์โรงเรียนขนาดเล็กที่ได้รับรางวัลพระราชทาน จำนวน 4 โรงเรียน โดยเครื่องมือที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการพัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านคนที่มีวินัย ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ภาวะผู้นำระดับ 5 ด้านความคิดที่มีวินัยที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การตัดสินใจที่ดี ด้านการปฏิบัติอย่างมีวินัย ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การมีวัฒนธรรมของวินัย และด้านการสร้างความยิ่งใหญ่อย่างยั่งยืน ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การสร้างองค์กรที่สามารถปรับตัวผ่านผู้นำหลายรุ่น สภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านคนที่มีวินัยที่มีค่าเฉลี่ย มากที่สุดคือ ภาวะผู้นำระดับ 5 ด้านความคิดที่มีวินัย ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การตัดสินใจที่ดี ด้านการปฏิบัติอย่างมีวินัย ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การมีวัฒนธรรมของวินัย และด้านการสร้างความยิ่งใหญ่อย่างยั่งยืน ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การสร้างองค์กรที่สามารถปรับตัวผ่านผู้นำหลายรุ่นค่าดัชนี PNI[subscript Modified]ของความต้องการจำเป็นของการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ย (PNI[subscript Modified] = 0.12) เมื่อเรียงลำดับตามความสำคัญ พบว่า ด้านความคิดที่มีวินัย (PNI[subscript Modified] = 0.14) ด้านการสร้างความยิ่งใหญ่อย่างยั่งยืน (PNI[subscript Modified] = 0.13) และด้านคนที่มีวินัยและด้านการปฏิบัติอย่างมีวินัย (PNI[subscript Modified]= 0.12) จัดทำกลยุทธ์โดยใช้เทคนิค SWOT Analysis ประกอบการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสัมภาษณ์และตรวจสอบกลยุทธ์โดยการจัดสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการพัฒนาแบบก้าวกระโดดประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลัก 8 กลยุทธ์รอง และ 44 วิธีการดำเนินงาน ดังนี้ กลยุทธ์หลักที่ 1 พัฒนาการคิดและตัดสินใจของบุคลากร กลยุทธ์รอง 1.1)ส่งเสริมการมีส่วนร่วม คิดวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา เข้าถึงและเห็นคุณค่าของข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง 1.2)ส่งเสริมการมีส่วนร่วมการตัดสินใจในการปฏิบัติงาน กลยุทธ์หลักที่ 2 เสริมสร้างการบริหารการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน กลยุทธ์รอง 2.1)พัฒนาองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงสู่ความเข้มแข็ง 2.2)กระตุ้นการรวมพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลงและมั่นคง กลยุทธ์หลักที่ 3 เสริมสร้างสมรรถนะบุคลากร กลยุทธ์รอง 3.1)พัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหาร 3.2)เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร กลยุทธ์หลักที่ 4 เสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงรุก กลยุทธ์รอง 4.1)ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานแบบมีส่วนร่วม 4.2) เร่งพัฒนาโรงเรียนแบบก้าวกระโดด |
| บรรณานุกรม | : |
พิพัฒน์ ภู่ภีโญ . (2555). กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการพัฒนาแบบก้าวกระโดด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิพัฒน์ ภู่ภีโญ . 2555. "กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการพัฒนาแบบก้าวกระโดด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิพัฒน์ ภู่ภีโญ . "กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการพัฒนาแบบก้าวกระโดด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print. พิพัฒน์ ภู่ภีโญ . กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการพัฒนาแบบก้าวกระโดด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.
|
