| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานของแกนนำ ในการป้องกันและแก้ปัญหาเชื้อเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในชุมชนมุสลิม |
| นักวิจัย | : | นิรันดร์ สาโรวาท |
| คำค้น | : | การศึกษานอกระบบโรงเรียน , การฝึกอบรม , การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม , โรคเอดส์ , มุสลิม -- ไทย -- กรุงเทพฯ , Non-formal education , Training , Active learning , AIDS (Disease) , Muslims -- Thailand -- Bangkok |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อาชัญญา รัตนอุบล , ทวีวัฒน์ ปิตยานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36289 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 ศึกษาปัญหาเรื่องเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในชุมชนมุสลิม พัฒนารูปแบบการฝึกอบรมโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานของแกนนำในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในชุมชนมุสลิม ศึกษาผลการใช้รูปแบบการฝึกอบรม และศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขในการใช้รูปแบบการฝึกอบรม โดยศึกษากับชุมชนมุสลิมทั้งหมดในพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร จำนวน 44 ชุมชน และแกนนำในชุมชนจาก 8 ชุมชน โดยผลการศึกษาพบว่า 1. สมาชิกในชุมชนมุสลิมมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเชื้อเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องอยู่ในระดับต่ำ (x mean = 44.47 SD = 1.60) และมีทัศนคติโดยรวมต่อการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อในชุมชนอยู่ในระดับปานกลาง (x mean = 2.57 SD = 0.33) โดยมีสมาชิกในชุมชนถึง 44.93% มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อในชุมชน ผู้ติดเชื้อในชุมชนไม่ไว้ใจชุมชน อยู่ในชุมชนในลักษณะซ่อนเร้นไม่ให้ใครรับรู้ว่าตนเป็นผู้ติดเชื้อ ส่วนการแก้ไขปัญหามีความพยายามริเริ่มดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่ขาดทิศทางการดำเนินงานที่เป็นที่ยอมรับของชุมชน 2. รูปแบบการฝึกอบรมโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานของแกนนำ ในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในชุมชนมุสลิม ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 9 ขั้นตอนประกอบด้วย การกำหนดเป้าหมาย การกำหนดปัญหา การกำหนดปัจจัยทางจิตใจที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงาน การกำหนดปัจจัยทางกายภาพที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงาน การวางแผน การสร้างหลักสูตรและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การดำเนินการ การติดตามและสนับสนุน และการประเมินผลและป้อนกลับ 3. การทดสอบรูปแบบการฝึกอบรมผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาแกนนำ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอชไอวี/เอดส์ในชุมชนมุสลิม ผลปรากฏว่า การฝึกอบรมสามารถพัฒนาให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจสูงขึ้นถึง 60% (x mean = 72.35 SD = 1.03) และมีทัศนคติต่อการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระดับดี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (x mean = 3.08 SD = 0.53) และหลังจากผ่านการอบรมผู้ผ่านการอบรมยังได้ร่วมกันพัฒนาการปฏิบัติงาน เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องของชุมชนในชุมชนมุสลิมอย่างต่อเนื่อง 4. ปัจจัยการใช้รูปแบบการฝึกอบรมคือ ระยะเวลาการจัดกิจกรรม การคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรม การมีส่วนร่วมสูงสุด จำนวนวิทยากรและผู้เข้ารับการอบรม และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ส่วนเงื่อนไขการใช้รูปแบบการฝึกอบรมคือ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม วิทยากรที่รอบรู้และสามารถดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การวิเคราะห์เพื่อการกำหนดปัจจัยที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงาน และการติดตามสนับสนุนการพัฒนาการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม |
| บรรณานุกรม | : |
นิรันดร์ สาโรวาท . (2552). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานของแกนนำ ในการป้องกันและแก้ปัญหาเชื้อเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในชุมชนมุสลิม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิรันดร์ สาโรวาท . 2552. "การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานของแกนนำ ในการป้องกันและแก้ปัญหาเชื้อเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในชุมชนมุสลิม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นิรันดร์ สาโรวาท . "การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานของแกนนำ ในการป้องกันและแก้ปัญหาเชื้อเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในชุมชนมุสลิม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. นิรันดร์ สาโรวาท . การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรม โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานของแกนนำ ในการป้องกันและแก้ปัญหาเชื้อเอชไอวีและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในชุมชนมุสลิม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
