| ชื่อเรื่อง | : | ผลของความสอดคล้องระหว่างแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียน |
| นักวิจัย | : | คู่บุญ ศกุนตนาค |
| คำค้น | : | การเรียน , การสอน , การเรียนรู้ -- นักเรียน , ความสุข -- นักเรียน , Learning , Teaching , Learning -- Students , Happiness -- Students |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | โชติกา ภาษีผล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/35942 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ (1) เพื่อวิเคราะห์แบบการเรียนของนักเรียน แบบการสอนของครู และ ความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียนในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ (2) เพื่อวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างแบบการ เรียนของนักเรียนและแบบการสอนของครูในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ และ (3) เพื่อวิเคราะห์ผลของความ สอดคล้องระหว่างแบบการเรียนของนักเรียนกับแบบการสอนของครูที่มีต่อความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียนใน แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 720 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับแบบการเรียนของนักเรียน แบบการสอนของครูตามแนวคิดของ Grasha และ Riechmann (1975) และความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียนตามทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความสุข ของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2540) การวิเคราะห์ข้อมูล (1) การวิเคราะห์โดยใช้สถิติภาคบรรยาย ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ฐานนิยม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ด้วยการทำตาราง 2 มิติ และ การแบ่งระดับของค่าเฉลี่ยโดยใช้เกณฑ์การประเมินคุณค่า เพื่อวิเคราะห์แบบการเรียนของนักเรียน แบบการสอน ของครู ความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียน และความสอดคล้องระหว่างแบบการเรียนและแบบการสอน และ (2) การวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ สถิติทดสอบไค-สแควร์ (X²-test) สถิติที (t-test) การวิเคราะห์ความ แปรปรวนสองทาง (two-way ANOVA) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนสามทาง (three-way ANOVA) เพื่อ วิเคราะห์ผลของความแปรปรวนที่มีต่อความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียน ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ (1) นักเรียนส่วนใหญ่มีแบบการเรียนแบบมีส่วนร่วมมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ แบบการเรียนแบบร่วมมือ แบบพึ่งพาและแบบหลีกเลี่ยงในสัดส่วนที่เท่ากัน แบบแข่งขัน และแบบอิสระ ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ด้วยสถิติทดสอบไค-สแควร์ของตัวแปรแบบการเรียนกับตัวแปรภูมิหลัง พบว่า เพศ ผลการเรียนเฉลี่ย และผลการเรียนเฉลี่ยแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีความสัมพันธ์กับแบบการเรียน (2) นักเรียน ส่วนใหญ่รับรู้ว่าครูส่วนใหญ่มีแบบการสอนแบบผู้เชี่ยวชาญมากที่สุด รองลงมาได้แก่ แบบการสอนแบบผู้เป็น ตัวอย่าง แบบผู้ให้อิสระ แบบผู้อำนวยความสะดวก และแบบผู้มีระเบียบแบบแผน ตามลำดับ (3) นักเรียนมี ความสุขในการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับปานกลาง โดยความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียนกลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทยมีมากที่สุด และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมีน้อยที่สุด ผลการวิเคราะห์ความ แปรปรวนของความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียน พบว่า อิทธิพลของแบบการเรียนกับเพศ อิทธิพลของแผนการ เรียนกับระดับผลการเรียนเฉลี่ย และอิทธิพลของแบบการสอนกับเพศ ส่งผลต่อความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (4) แบบการเรียนของนักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีความสอดคล้องกับแบบการ สอนของครูในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และ (5) ความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีแบบการเรียนสอดคล้องและ ไม่สอดคล้องกับแบบการสอนของครู ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| บรรณานุกรม | : |
คู่บุญ ศกุนตนาค . (2552). ผลของความสอดคล้องระหว่างแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คู่บุญ ศกุนตนาค . 2552. "ผลของความสอดคล้องระหว่างแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คู่บุญ ศกุนตนาค . "ผลของความสอดคล้องระหว่างแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. คู่บุญ ศกุนตนาค . ผลของความสอดคล้องระหว่างแบบการเรียนกับแบบการสอนที่มีต่อความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
