ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินหาขอบเขตพื้นที่ควบคุมสำหรับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยเบื้องต้น : กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอุบลราชธานี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินหาขอบเขตพื้นที่ควบคุมสำหรับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยเบื้องต้น : กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอุบลราชธานี
นักวิจัย : นิธิมา หล่อใจ
คำค้น : โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ -- ไทย -- สุราษฎร์ธานี , โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ -- ไทย -- อุบลราชธานี , Nuclear power plants -- Thailand -- Surat Thani , Nuclear power plants -- Thailand -- Ubon Ratchathani
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ดุลยพงศ์ วงศ์แสวง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36548
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินขอบเขตพื้นที่ควบคุมรอบโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสถานที่ตั้งที่คาดว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของประเทศไทยในอนาคต โดยอ้างอิงกฎเกณฑ์ของคณะกรรมาธิการกำกับดูแลนิวเคลียร์แห่งสหรัฐอเมริกา (U.S.NRC) ในการประเมินขอบเขตพื้นที่หวงห้าม (EAB) และพื้นที่ประชากรหนาแน่นน้อย (LPZ) จากการคำนวณตามเอกสารการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ (Design Control Document; DCD) และการจำลองการแพร่กระจายโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป Hotspot ที่ประยุกต์การใช้สมการเกาส์เซียนพลูมในการวิเคราะห์ปริมาณรังสีที่ประชาชนได้รับปริมาณรังสีสมมูลย์ที่ร่างกายได้รับทั้งหมด(TEDE) ที่ระยะ EAB และ LPZ ต้องไม่เกิน 25 เร็ม (0.25 ซีเวิร์ต) ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมงและ 30 วันตลอดเวลาที่กลุ่มควันกัมมันตรังสีเคลื่อนตัวผ่านตามลำดับ โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์ ที่ได้รับการรับรองจาก U.S.NRC ได้แก่ AP-1000, US-APWR, U.S.EPR และ ESBWR ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ กรณีที่ 1 ใช้ข้อมูลที่ให้ผลร้ายแรงและกรณีที่ 2 ใช้ข้อมูลสถิติอุตุนิยมวิทยา ที่ใกล้ที่สุด ผลการศึกษาสรุปว่า พื้นที่ศึกษาสุราษฎร์ธานีและอุบลราชธานีผ่านเกณฑ์ของ U.S.NRC ในทุกด้านที่เกี่ยวกับการประเมิน EAB และ LPZ โดยไม่มีศูนย์กลางประชากรมากถึง 25,000 คนตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากการคาดประมาณประชากรเป็นเวลา 60 ปีโดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 และจากการเปรียบเทียบผลกระทบทางรังสีที่เกิดขึ้นต่อประชาชนรอบพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากทั้งสองกรณีพบว่า พื้นที่ศึกษาที่ได้รับผลกระทบจริงในกรณีที่ 2 ใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยารายคาบ 31 ปี ลมหลักของพื้นที่ศึกษาทั้งสองจะพัดไปในทิศที่ไม่มีแหล่งชุมชนตั้งอยู่ จึงทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงนั้นถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกรณีที่ 1

บรรณานุกรม :
นิธิมา หล่อใจ . (2555). การประเมินหาขอบเขตพื้นที่ควบคุมสำหรับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยเบื้องต้น : กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอุบลราชธานี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิธิมา หล่อใจ . 2555. "การประเมินหาขอบเขตพื้นที่ควบคุมสำหรับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยเบื้องต้น : กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอุบลราชธานี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิธิมา หล่อใจ . "การประเมินหาขอบเขตพื้นที่ควบคุมสำหรับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยเบื้องต้น : กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอุบลราชธานี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
นิธิมา หล่อใจ . การประเมินหาขอบเขตพื้นที่ควบคุมสำหรับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยเบื้องต้น : กรณีศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอุบลราชธานี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.