ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาพฤติกรรมเสื่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ของผู้ชายที่เข้ามาตรวจรักษาโรค

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาพฤติกรรมเสื่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ของผู้ชายที่เข้ามาตรวจรักษาโรค
นักวิจัย : พรรณนิภา สังข์ทอง
คำค้น : โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล , อุษณีย์ พึ่งปาน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : 9741435428 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14692
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ของผู้ชายที่เข้ามารับการตรวจโรคที่กลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (โรงพยาบาลบางรัก) การรวบรวมตัวอย่างใช้เวลา 3 เดือนได้จำนวนตัวอย่างทั้งหมด 318 ราย พฤติกรรมเสี่ยงที่ศึกษา ได้แก่ ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ ประวัติการเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา การมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนและการใช้ถุงยางอนามัย การมีคู่นอนหลายคน และการมีเพศสัมพันธ์หลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพสารเสพติดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา การวิจัยนี้ใช้แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล กับพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ และแบบสอบถามความรู้เรื่องโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ และใช้ผลวินิจฉัยการตรวจโรคจากโรงพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และหาความสัมพันธ์โดยใช้ไคสแควร์ ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ คือ คะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ของกลุ่มที่ติดโรคแตกต่างจากกลุ่มที่ไม่ติดโรคเล็กน้อย (14.8 และ 14.7 ตามลำดับ) กลุ่มที่ติดโรคประมาณ 1 ใน 4 มีประวัติการเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่ากลุ่มที่ไม่ติดโรค การมีเพศสัมพันธ์ กลุ่มที่ติดโรคมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามากกว่ากลุ่มที่ไม่ติดโรค (ร้อยละ 92.7 และ 87.5 ตามลำดับ)ซึ่งในจำนวนนี้พบว่ากลุ่มที่ติดโรคมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งร้อยละ 15.8 ส่วนกลุ่มที่ไม่ติดโรคใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งร้อยละ 21.8 กลุ่มที่ติดโรคร้อยละ 74.1 รายงานว่ามีคู่นอนหลายคน ขณะที่กลุ่มที่ไม่ติดโรค (ร้อยละ 57.1) มีคู่นอนหลายคน นอกจากนี้กลุ่มที่ติดโรค 3 ใน 4 รายงานว่ามีเพศสัมพันธ์หลังดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ขณะที่กลุ่มไม่ติดโรคประมาณครึ่งหนึ่งมีเพศสัมพันธ์หลังดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ในการหาความสัมพันธ์ทางสถิติ พบว่าพฤติกรรมเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับการติดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ การมีคู่นอนหลายคนมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และการมีเพศสัมพันธ์หลังดื่มแอลกอฮอล์มีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.001 ตามลำดับ

บรรณานุกรม :
พรรณนิภา สังข์ทอง . (2549). การศึกษาพฤติกรรมเสื่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ของผู้ชายที่เข้ามาตรวจรักษาโรค.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรรณนิภา สังข์ทอง . 2549. "การศึกษาพฤติกรรมเสื่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ของผู้ชายที่เข้ามาตรวจรักษาโรค".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พรรณนิภา สังข์ทอง . "การศึกษาพฤติกรรมเสื่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ของผู้ชายที่เข้ามาตรวจรักษาโรค."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
พรรณนิภา สังข์ทอง . การศึกษาพฤติกรรมเสื่ยงต่อการติดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ของผู้ชายที่เข้ามาตรวจรักษาโรค. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.