ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์หาที่ตั้งฝายต้นน้ำที่เหมาะสมด้วยระบบภูมิสารสนเทศ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์หาที่ตั้งฝายต้นน้ำที่เหมาะสมด้วยระบบภูมิสารสนเทศ
นักวิจัย : กรุณา พิมพ์ประสานต์
คำค้น : ฝาย , ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ , อ่างเก็บน้ำห้วยสำโหรง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อิทธิ ตริสิริสัตยวงศ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14233
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

สร้างแบบจำลองทางระบบภูมิสารสนเทศ ในการหาที่ตั้งที่เหมาะสมของฝายต้นน้ำสำหรับพื้นที่ป่าต้นน้ำ พื้นที่ศึกษาคืออ่างเก็บน้ำห้วยสำโหรง มีขนาดพื้นที่ 10.08 ตร.กม. อยู่ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประโยชน์ของงานวิจัยนี้ช่วยในการคำนวณหาตำแหน่งและจำนวนที่เหมาะสม เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนคำนวณงบประมาณ และปริมาณน้ำเก็บกักหน้าฝายต้นน้ำ การหาตำแหน่งฝายต้นน้ำ เริ่มต้นจากการสร้างเส้นชั้นความสูงเท่ากับความสูงฝายต้นน้ำ และสร้างเส้นทางน้ำ จากข้อมูลแบบจำลองความสูงของกรมพัฒนาที่ดินฯ มาตราส่วน 1: 4,000 จากนั้นนำเส้นทางน้ำและเส้นชั้นความสูงมาซ้อนทับเพื่อหาตำแหน่งจุดตัด และกำหนดเป็นตำแหน่งที่ตั้งฝายต้นน้ำ ลดจำนวนฝายต้นน้ำด้วยวิธีการเลือกเฉพาะฝายต้นน้ำที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง หรือเลือกจากฝายที่ตั้งอยู่บนเส้นทางน้ำที่มีอยู่จริงในธรรมชาติ และเส้นทางน้ำที่มีน้ำไหลเฉพาะฤดูน้ำหลาก นำผลของตำแหน่งและจำนวนฝายต้นน้ำที่ได้ มาคำนวณหาปริมาณน้ำเก็บกักหน้าฝายต้นน้ำ ด้วยการกำหนดรูปแบบให้กับเส้นทางน้ำ เพื่อใช้เลือกวิธีการคำนวณเช่น แบบ U-shape และแบบ V-shape สุดท้ายคำนวณหางบประมาณที่ใช้ในการสร้างฝายต้นน้ำทั้งหมดในพื้นที่ศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ควรมีการสร้างฝายต้นน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยสำโหรงจำนวน 679 ฝาย ใช้งบประมาณในการสร้างฝายต้นน้ำในพื้นที่ศึกษานี้ ทั้งหมด 4, 385,000 บาท มีปริมาณน้ำเก็บกักหน้าฝายต้นน้ำรวมทั้งหมด 9,442.98 ลบ.ม. เป็นฝายต้นน้ำแบบผสมผสานจำนวน 637 เป็นฝายต้นน้ำแบบกึ่งถาวรจำนวน 36 ฝาย และเป็นฝายต้นน้ำแบบถาวรจำนวน 6 ฝาย ผลของจำนวนฝายต้นน้ำที่ได้จากงานวิจัยนี้ เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ยของระยะห่างระหว่างฝายต้นน้ำ ผลที่ได้คือ 11.13 เมตร สรุปได้ว่า การหาที่ตั้งด้วยวิธีการนี้มีความถี่ในการสร้างฝายต้นน้ำเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการหาวิธีการเพื่อเพิ่มระยะห่างโดยเฉลี่ยของฝายต้นน้ำต่อไป ในงานวิจัยนี้ได้เสนอวิธีการลดจำนวนฝายต้นน้ำเพื่อเพิ่มระยะห่างโดยเฉลี่ยของฝายต้นน้ำไว้ 2 วิธีคือ การเพิ่มความสูงฝายต้นน้ำและการเพิ่มระยะห่างระหว่างฝายต้นน้ำจากระดับความสูงของที่ตั้งฝายต้นน้ำ ผลที่ได้คือมีจำนวนฝายลดลงและระยะห่างโดยเฉลี่ยของฝายต้นน้ำเพิ่มขึ้นด้วย

บรรณานุกรม :
กรุณา พิมพ์ประสานต์ . (2551). การวิเคราะห์หาที่ตั้งฝายต้นน้ำที่เหมาะสมด้วยระบบภูมิสารสนเทศ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรุณา พิมพ์ประสานต์ . 2551. "การวิเคราะห์หาที่ตั้งฝายต้นน้ำที่เหมาะสมด้วยระบบภูมิสารสนเทศ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรุณา พิมพ์ประสานต์ . "การวิเคราะห์หาที่ตั้งฝายต้นน้ำที่เหมาะสมด้วยระบบภูมิสารสนเทศ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
กรุณา พิมพ์ประสานต์ . การวิเคราะห์หาที่ตั้งฝายต้นน้ำที่เหมาะสมด้วยระบบภูมิสารสนเทศ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.