| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเพื่อปรับปรุงการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน |
| นักวิจัย | : | ศุภชัย ยาวะประภาษ |
| คำค้น | : | การบริหารราชการ , การปฏิรูประบบราชการ , ข้าราชการ , พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG3810009 , http://research.trf.or.th/node/3357 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการมีวัตถุประสงค์การศึกษา (1) เพื่อพิจารณาว่าการกำหนดเค้าโครงการจัดระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดิน ออกเป็น ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ยังมีความ เหมาะสมและสอด-คล้องกับสภาพการณ์ที่แปรเปลี่ยนไป หรือสมควรจะแก้ไขปรับปรุงอย่างไร รวมทั้ง การกำหนดอำนาจหน้าที่ และความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารทั้ง 3 ส่วนด้วย (2) เพื่อพิจารณาว่าการจัดโครง สร้างส่วนราชการของการบริหารส่วนกลาง ออกเป็น กระทรวง ทบวง กรม และกอง ยังคงมีความ เหมาะสมอยู่หรือไม่ สมควรจะมีรูปแบบอื่นใดที่จะ ทำให้การบริหารราชการมีความคล่องตัว และเอื้อ อำนวยต่อการนำกลไกทางธุรกิจ หรือการตลาดมาปรับใช้เพื่อให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลยิ่งขึ้นหรือไม่ (3) เพื่อพิจารณาหาแนวทางในการจัดตั้ง การยุบ และการเปลี่ยนแปลงส่วนราช การระดับต่าง ๆ มีความรวดเร็วและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมได้ตลอดเวลา (4) เพื่อ พิจารณาหาแนวทางในการมอบอำนาจ และกระจายอำนาจในการบริหาร และการใช้อำนาจในการจัดการ ทรัพยากรต่าง ๆ ของผู้บริหารในระดับต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิด ความคล่องตัวในการบริหารราช การ (5) เพื่อพิจารณาว่ารูปแบบของการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคในปัจจุบัน โดยแบ่งออก เป็นจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ยังมีความเหมาะสมอยู่ หรือสมควรแก้ไข ปรับปรุงอย่างไร (6) เพื่อพิจารณารูปแบบของการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีหลายรูปแบบในปัจจุบัน อันได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล (3 ประเภท) สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา ว่ายังมีความเหมาะสม หรือสมควรจะแก้ไขปรับปรุงอย่างไร จากการศึกษาพบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจดังนี้ (1) การบริหารราชการของประเทศไทยเกือบทั้งหมด เป็นการบริหารราชการโดยส่วนกลาง ราช การส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบงบประมาณไม่ถึงร้อยละ 8 ของงบประมาณรายจ่ายรัฐบาล และมีบุคลากรเพียง ร้อยละ 8 ของบุคลากรภาครัฐทั้งหมด (ไม่นับรัฐวิสาหกิจ) ยิ่งกว่านั้น หน่วยราชการส่วนกลางยังมักมอบ อำนาจการบริหารไปที่บุคลากรในสังกัดที่ประจำอยู่ที่ส่วนภูมิภาค มากกว่ามอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารราชการส่วนภูมิภาค (2) การจัดโครงสร้างการบริหารราชการส่วนกลาง ไม่เอื้อต่อการบริหารงานในปัจจุบัน ข้อเท็จจริงที่ชี้ชัดคือการที่หน่วยงานหลายแห่งได้จัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานในกำกับรัฐบาล มากกว่า ที่จะจัด ตั้งเป็นส่วนราชการทั่วไป (3) กลไกการจัดตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงส่วนราชการยังล่าช้าขาดหน่วยงานดูแลเฉพาะ ทำให้ ขาดประสิทธิภาพ (4) ปัจจุบันยังไม่มีการมอบอำนาจ และกระจายอำนาจในการบริหารอย่างแท้จริง ตามเจตนารมย์ที่ กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (5) การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ยังไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการของประเทศได้ (6) การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่กำหนดให้มีรูปแบบต่าง ๆ 6 รูปแบบ จำเป็นต้องทบทวนใหม่ ให้เหมาะสม จากข้อเท็จจริงทั้ง 6 ข้อ คณะผู้ศึกษาได้เสนอแนะการปรับปรุงการจัดระเบียบการบริหารภาครัฐใน เรื่องต่าง ๆ ที่สัมพันธ์ต่อเนื่องกันดังนี้ (1) ให้จัดความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารงานส่วนกลาง - ภูมิภาค - ท้องถิ่นใหม่ โดยดำเนินการ เป็น 3 ระยะ คือ 1) ช่วงแรก ภายใน 5 ปี คงไว้ซึ่งโครงสร้างของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ทั้ง 3 ระดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ถ่ายโอนงาน งบประมาณ และบุคลากรจากส่วนกลาง ไปสู่ส่วนภูมิภาค 2) ช่วงสอง ภายใน 10 ปี คงไว้ซึ่งราชการส่วนภูมิภาคไว้ แต่ให้ภูมิภาคมีแค่ ระดับจังหวัดเท่านั้น ขณะเดียวกันแปรสภาพอำเภอ - ตำบล - หมู่บ้าน ให้เป็นหน่วยการปกครอง ท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด 3) ช่วงสาม ภายในปี 2563 ให้มีเฉพาะการบริหารราชการส่วนกลาง และท้องถิ่นเท่านั้น เนื่องจาก ภารกิจ อำนาจหน้าที่ และบุคลากรส่วนราชการต่าง ๆ ในภูมิภาค ได้แปลงสภาพเป็นหน่วยการปกครอง ท้องถิ่นทั้งหมดแล้ว (2) ให้พิจารณาแปลงสภาพหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านบริการสาธารณะต่าง ๆ ให้เป็นหน่วยงานใน กำกับโดยเร็ว (3) ให้มีการออกพระราชบัญญัติจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ และวิธีพิจารณาปฏิรูป ระบบราชการ เพื่อจะได้กำหนดองค์กร และกลไกที่ชัดเจนเพื่อกำกับดูแลการ จัดตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงส่วนราชการ (4) ให้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการมอบ อำนาจ เพื่อผลักดันให้มีการมอบอำนาจอย่างจริงจังต่อไป ข้อค้นพบและข้อเสนอแนะทั้งหมดเมื่อได้นำเสนอในการสัมมนาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2540 พบว่า ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับสิ่งที่นำเสนอ ข้อแตกต่างของความเห็นอยู่ที่ระยะ เวลาการดำเนินงาน ซึ่งมีทั้งที่เห็น ว่าใช้เวลายาวนานไป และที่เห็นว่าต้องใช้เวลายาวนานกว่าที่นำเสนอ ขณะเดียวกันผู้ทรงคุณวุฒิหลาย ท่านก็ให้ข้อคิดว่า ข้อเสนอต่าง ๆ จะใช้ได้ผลจริงต่อเมื่อ มีการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริงแล้ว ตราบใดที่ ระบบการเมืองยังเป็นเช่นปัจจุบันการนำข้อเสนอไปปฏิบัติจริง ก็อาจเกิดผลตรงข้ามกับสิ่งที่คาดหวังไว้ก็ ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ศุภชัย ยาวะประภาษ . (2542). การศึกษาเพื่อปรับปรุงการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ศุภชัย ยาวะประภาษ . 2542. "การศึกษาเพื่อปรับปรุงการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ศุภชัย ยาวะประภาษ . "การศึกษาเพื่อปรับปรุงการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2542. Print. ศุภชัย ยาวะประภาษ . การศึกษาเพื่อปรับปรุงการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2542.
|
