| ชื่อเรื่อง | : | สมบัติทางกายภาพ ทางกล และความเข้ากันได้ทางชีวภาพของอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์จัดฟันที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์ |
| นักวิจัย | : | ตุลย์ ศรีอัมพร |
| คำค้น | : | อีลาสโตเมอร์ , ทันตวัสดุ , ยาง , ทันตกรรมจัดฟัน -- เครื่องมือและอุปกรณ์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นิยม ธำรงค์อนันต์สกุล , สมพร สวัสดิสรรพ์ , นุชนาฏ ณ ระนอง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะทันตแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14349 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 วัตถุประสงค์ เพื่อผลิตอีลาสโต เมอริกลิเกเจอร์จัดฟันจากยางธรรมชาติอิพอกไซด์และศึกษาเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพ / ทางกล และความเข้ากันได้ทางชีวภาพของอีลาสโต เมอริกลิเกเจอร์จัดฟันที่ผลิตขึ้นกับ อีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์จัดฟันที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้า จำนวน 7 ผลิตภัณฑ์ วัสดุและวิธีการ ผลิตอีลาสโตเมอริกลิกเกเจอร์จากยางธรรมชาติอีพอกไซด์จำนวน 4 สูตร และใช้อีลาสโต เมอริกลิเกเจอร์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้าจำนวน 7 ผลิตภัณฑ์ ทำการทดสอบสมบัติทางกายภาพได้แก่ ทดสอบ ร้อยละของน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงไปในระยะเวลา 28 วัน เมื่อสัมผัสกับน้ำหรือน้ำมัน ทดสอบสมบัติทางกลได้แก่ ค่าแรงดึงเริ่มต้น และความแข็งผิวแบบชอร์เอ และทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพต่อเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ที่เพาะเลี้ยงจากเหงือกของคน ผลการศึกษา การทดสอบสมบัติทางกายภาพพบว่าอีลาสโตเมอริกลิกเกเจอร์ที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์ทั้ง 4 สูตร มีน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงไปในระยะเวลา 28 วันเมื่อสัมผัสกับน้ำหรือน้ำมัน คิดเป็นร้อยละ 6.24 ถึง 8.18 และร้อยละ 4.21 ถึง 5.48 ตามลำดับ ส่วนอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้ามีน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงไปร้อยละ 1.12 ถึง 2.15 และประมาณร้อยละ 0.19 ถึง 1.08 ตามลำดับ การทดสอบสมบัติทางกลพบว่าอีลาสโตเมอริกลิกเกเจอร์ที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์ทั้ง 4 สูตรมีค่าแรงดึงเริ่มต้นอยู่ที่ช่วง 2.31 ถึง 3.70 นิวตัน ขณะที่อีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้ามีค่าแรงดึงเริ่มต้นอยู่ที่ช่วง 2.59 ถึง 5.19 นิวตัน ค่าความแข็งผิวแบบชอร์เอของอีลาสโตเมอริกลิกเกเจอร์ที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์อยู่ที่ช่วง 63 ถึง 71 ส่วนอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้ามีค่าความแข็งผิวแบบชอร์เออยู่ที่ช่วง 60 ถึง 65 และผลการศึกษาด้วยการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์จากเหงือกของคน พบว่าอีลาสโตเมอริกลิกเกเจอร์ทั้งสองชนิดไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ นอกจากนี้ยังเอื้อพื้นผิวให้เซลล์ยึดเกาะ แผ่ตัวและเพิ่มจำนวนด้วย สรุป อีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์ที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์มีร้อยละของน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อแช่ในน้ำหรือน้ำมัน โดยมีค่าสูงกว่า ในขณะที่มีค่าแรงดึงเริ่มต้นและค่าความแข็งผิวแบบชอร์เอใกล้เคียงกับค่าที่ได้จากอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้า และอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์ทั้งสองชนิดแสดงสมบัติความเข้ากันได้ทางชีวภาพกับเนื้อเยื่อเหงือกของมนุษย์ได้ดีเช่นเดียวกัน ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์ที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์มีคุณสมบัติที่ดี และมีศักยภาพเพียงพอที่จะปรับปรุงนำไปใช้เป็นยางวงในการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน |
| บรรณานุกรม | : |
ตุลย์ ศรีอัมพร . (2551). สมบัติทางกายภาพ ทางกล และความเข้ากันได้ทางชีวภาพของอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์จัดฟันที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ตุลย์ ศรีอัมพร . 2551. "สมบัติทางกายภาพ ทางกล และความเข้ากันได้ทางชีวภาพของอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์จัดฟันที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ตุลย์ ศรีอัมพร . "สมบัติทางกายภาพ ทางกล และความเข้ากันได้ทางชีวภาพของอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์จัดฟันที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. ตุลย์ ศรีอัมพร . สมบัติทางกายภาพ ทางกล และความเข้ากันได้ทางชีวภาพของอีลาสโตเมอริกลิเกเจอร์จัดฟันที่ผลิตจากยางธรรมชาติอีพอกไซด์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
