| ชื่อเรื่อง | : | ผลของเฮกซะวาเลนต์โครเมียมต่อการลดซัลเฟตและไนเตรตในน้ำเสียโดยระบบอีจีเอสบี |
| นักวิจัย | : | ธกฤต เลียดทอง |
| คำค้น | : | น้ำเสีย -- การบำบัด , การย่อยสลายทางชีวภาพ , ดีไนตริฟิเคชัน , โครเมียม |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชวลิต รัตนธรรมสกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14050 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 ศึกษาผลของเฮกซะวาเลนต์โครเมี่ยมต่อการลดซัลเฟตและไนเตรตในน้ำเสียโดยระบบอีจีเอสบี โดยมีอัตราส่วนซีโอดีต่อซัลเฟตต่อไนเตรต เท่ากับ 22.2:1:2 กำหนดความเร็วไหลขึ้น เท่ากับ 2 ม./ชม. 3 ม./ชม. และ 4 ม./ชม. เริ่มต้นเดินระบบโดยใช้หัวเชื้อเม็ดตะกอนจุลินทรีย์จากโรงเสริมสุข (จำกัด) ปทุมธานี พบว่าในช่วงที่ระบบคงที่แล้วประสิทธิภาพในการลดซีโอดีทุกถังปฏิกรณ์ มีค่ามากกว่า 90% ผลการศึกษาช่วงแรกพบว่า เม็ดตะกอนจากการทดลองซัลเฟตรีดักชันและไนเตรตรีดักชันแบบแบตช ์ที่นำมาจากถังปฏิกรณ์ที่มีความเร็วไหลขึ้นที่มากขึ้นเท่ากับ 2,3 และ 4 ม./ชม. จะมีอัตราการเกิดซัลเฟตรีดักชันและไนเตรตรีดักชันลดลงตามลำดับ ทั้งในน้ำเสียที่เตรียมสดและน้ำเสียที่ผ่านการหมักมาแล้ว โดยจะมีอัตราการเกิดซัลเฟตรีดักชันในน้ำเสียสดดีกว่าในน้ำเสียหมัก และพบว่าในการทดลองของถังปฏิกรณ์เมื่อมีความเร็วไหลขึ้นมากขึ้น จะทำให้อัตราการเกิดซัลเฟตรีดักชันลดลงเช่นกัน ส่วนไนเตรตจะถูกกำจัดหมดตั้งแต่ในช่วงล่างสุดของชั้นเม็ดตะกอน ส่วนการทดลองผลของเฮกซะวาเลนต์ที่มีต่อการเกิดซัลเฟตและไนเตรตรีดักชัน ในการทดลองแบบแบตช์โดยใช้เม็ดตะกอนที่นำมาจากถังปฏิกรณ์ที่มีความเร็วไหลขึ้น 2 ม./ชม. มีอัตราการเกิดซัลเฟตและไนเตรตรีดักชันดีที่สุดจากการทดลองแบบแบตช์ พบว่าเมื่อเฮกวะวาเลนต์โครเมียมมีค่าเพิ่มขึ้น จะทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาซัลเฟตและไนเตรตรีดักชันลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผลการศึกษาช่วงที่ 2 เมื่อเติมเฮกวะวาเลนต์โครเมียม 20 มก./ล. ในระบบโดยใช้ความเร็วไหลขึ้น 2,3 และ 4 ม./ชม. พบว่า ความเร็วไหลขึ้นที่มากขึ้นทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาซัลเฟตรีดักชันเพิ่มขึ้น ส่วนไนเตรตจะถูกกำจัดหมดในช่วงล่างสุดของชั้นเม็ดตะกอน และหลังจากเดินระบบได้ 21 วัน ถังปฏิกรณ์ที่มีความเร็วไหลขึ้น 2 และ 4 ม./ชม. จะเกิดการล้มเหลวเนื่องจากพิษของโครเมียม ดังนั้นความเร็วไหลขึ้น 3 ม./ชม. มีความเหมาะสมที่สุด ผลการศึกษาช่วงที่ 3 เมื่อเติมเฮกวะวาเลนต์โครเมียม 40, 70 และ 100 มก./ล. ในระบบโดยใช้ความเร็วไหลขึ้น 3 ม./ชม. พบว่าเมื่อเดินระบบได้ 5 วัน ความเร็วไหลขึ้นมากขึ้นจะทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาซัลเฟตรีดักชันลดลง ในชั้นตะกอนล่างสุดถึงระดับความสูงของตะกอน 110 ซม. หรือที่เวลากักน้ำเสีย เท่ากับ 2.96 ชม. ส่วนไนเตรตจะถูกกำจัดหมดแม้แต่ในช่วงล่างสุดของชั้นเม็ดตะกอน และหลังจากเดินระบบได้ 5 วัน ถังปฏิกรณ์ทุกถังจะเกิดการล้มเหลวเนื่องจากพิษของโครเมียม ดังนั้นเฮกซะวาเลนต์โครเมี่ยมมีผลกระทบต่อ การลดซัลเฟตและไนเตรตในน้ำเสียโดยระบบอีจีเอสบี อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับความเข้มข้นของเฮกวะวาเลนต์โครเมียมในช่วง 20-100 มก./ล. |
| บรรณานุกรม | : |
ธกฤต เลียดทอง . (2550). ผลของเฮกซะวาเลนต์โครเมียมต่อการลดซัลเฟตและไนเตรตในน้ำเสียโดยระบบอีจีเอสบี.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธกฤต เลียดทอง . 2550. "ผลของเฮกซะวาเลนต์โครเมียมต่อการลดซัลเฟตและไนเตรตในน้ำเสียโดยระบบอีจีเอสบี".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธกฤต เลียดทอง . "ผลของเฮกซะวาเลนต์โครเมียมต่อการลดซัลเฟตและไนเตรตในน้ำเสียโดยระบบอีจีเอสบี."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. ธกฤต เลียดทอง . ผลของเฮกซะวาเลนต์โครเมียมต่อการลดซัลเฟตและไนเตรตในน้ำเสียโดยระบบอีจีเอสบี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
