| ชื่อเรื่อง | : | โครงการตีพิมพ์หนังสือ เรื่อง นโยบายและการบริหารการเงินของประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | รังสรรค์ หทัยเสรี |
| คำค้น | : | การคลัง , การธนาคาร , การเงิน , นโยบาย , ภูมิภาค , อัตราแลกเปลี่ยน , เศรษฐกิจมหภาค |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PUG4010062 , http://research.trf.or.th/node/3341 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการมีวัตถุประสงค์ผลิตผลงานที่ปรับปรุงขึ้นจากบทความเลือกสรรค์ที่ผู้เขียนเคยนำเสนอ ต่อวงการวิชาการด้านการเงิน การคลัง และการธนาคาร ผ่านการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการภาษาไทย และนานาชาติหลายแห่ง และเขียนเพิ่มเติมเพื่อให้ได้หนังสือเหมาะสำหรับอ่านได้โดยทั่วไป หนังสือมีลักษณะเด่นที่ได้ผสมผสานประสบการณ์การวิเคราะห์วิจัยเชิงนโยบายเศรษฐ กิจมห ภาคกับความรู้ทางทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ทั้งนี้เพื่อให้เกิด “องค์ความรู้ใหม่” ที่จะมีผลในเชิงนโยบายต่อ การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยในทศวรรษหน้า และเป็นการศึกษาที่อิงกับผลการวิเคราะห์ ทางสถิติและข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ (objective analysis) หลีกเลี่ยงการวิเคราะห์ในเชิง อุปมาอุปมัย (normative analysis) ที่มักกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอย โดยปราศจากการนำข้อมูลที่เป็นข้อ เท็จจริงมาสนับสนุนอย่างเพียงพอ การใช้วิธีการวิเคราะห์แบบ objective analysis ดังกล่าวจะได้ข้อ สรุปที่มีความน่าเชื่อถือในระดับสูง และสามารถใช้เป็นข้อมูลที่เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการกำหนด กรอบและกลยุทธ์ในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของไทยต่อไปในอนาคต หนังสือแบ่งการนำเสนอออกเป็น 10 ตอน (1) การบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายการเงิน และนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ภายใต้สภาวแวดล้อมใหม่ทางการเงิน (2) กลยุทธ์ในการบริหารนโยบายการเงินการคลังและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนในทศ วรรษหน้า (3) การบริหารธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทยในยุคนโยบายการเงินเสรี (4) การบริหารการเงินยุคใหม่และการกำกับดูแลสถาบันการเงินไทย (5) นักบริหารไทยกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและในอนาคต (6) การตั้งเป้าหมายทางการเงิน ความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายทางการเงินกับเป้าหมาย ทางภาคเศรษฐกิจจริง และประสิทธิภาพของนโยบายการเงินของไทย (7) ความเชื่อมโยงของระบบการเงินไทยกับต่างประเทศ (8) การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ และผลกระทบต่อการบริหารนโยบายการเงิน ในระบบการเงินแบบเปิด (9) นโยบายปริวรรตเงินตราเสรีและการบริหารนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน (10) แบบจำลองพฤติกรรมการบริหารนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนในระบบตะกร้าเงินและตัว กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง ผลการศึกษาพบว่า การบริหารนโยบายการเงินและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของไทยในช่วงทศ วรรษที่ผ่านมา มีส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทาง เศรษฐกิจและการเงินในประเทศและต่างประเทศ การดำเนินนโยบายการเงินและการคลังได้มีการ ประสานงานกันอย่างดี และได้ช่วยส่งเสริมเกื้อกูลให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจ ทางการได้ใช้นโยบายการ คลังเป็นหลักในการบริหารเงินทุนนำเข้าจากต่างประเทศ การเลือกใช้นโยบายการคลังดังกล่าว สะท้อน ถึงการกำหนดนโยบายเพื่อที่จะรักษาวินัยทางด้านการคลัง และประสิทธิผลของการดำเนินนโยบายการ คลังเพื่อควบคุมการไหลเข้าของเงินทุน การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงิน ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวที่แตกต่างกันของธนาคารพาณิชย์ไทยแต่ละแห่งต่อการเปลี่ยน แปลงดังกล่าวมีส่วนทำให้ธนาคารพาณิชย์ไทยแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันมากขึ้นในเรื่อง (1) ความ สามารถในการทำกำไรและ (2) การบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่กับขนาดเล็ก ผลการศึกษายังพบว่า ภายใต้ระบบการแข่งขันที่ทวีความรุน แรงขึ้นทุกขณะนั้น ความได้เปรียบ-เสียเปรียบระหว่างธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่กับขนาดเล็กจะมีมาก ขึ้นตามลำดับ สถาบันการเงินต่างๆ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารการเงินและการให้ บริการทางการเงินแก่ลูกค้าและผู้บริหารนโยบายการเงินจำเป็นต้องดำเนินการปรับบทบาทให้สอด คล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของภาวะการเงินและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่าง ต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้ภาคการเงินมีส่วนสนับสนุนให้การเจริญเติบโตของประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย อย่างมีเสถียร กลยุทธ์การบริหารนโยบายการเงินโดยอิงกับ “เป้าหมายทางการเงิน” นั้น ได้รับการ สนับสนุนเป็นอย่างดีจากหลักฐานทางสถิติที่ค้น หลักฐานทางสถิติได้ชี้ให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศมีความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพในระยะ ยาวกับอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศ การปล่อยเสรีทางการเงินเป็นผลทำให้ระบบการเงินไทยกับต่าง ประเทศมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ถือว่าเป็น “องค์ความรู้ใหม่” อีกประการหนึ่งที่นับว่ามีนัยที่สำคัญ ในเชิงการบริหารนโยบายการเงิน และมีนัยเชิงนโยบายที่น่าสนใจหลายประการ เช่น พบว่าการใช้ นโยบายการเงินเพื่อปรับเปลี่ยนสภาพคล่องของระบบการเงินไทยยังมีบทบาทอยู่พอสมควรในการ รักษาเสถียรภาพทางการเงินในระยะสั้น เพราะเจ้าหน้าที่ทางการเงินไทยยังสามารถหักล้างสภาพ คล่องส่วนเกินอันเกิดจากการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศได้ส่วนหนึ่ง และแม้ว่าการใช้นโยบาย การเงินเพื่อปรับเปลี่ยนสภาพคล่องของระบบการเงินไทย ยังพอมีประสิทธิผลอยู่บ้างพอสมควรในระยะ ปานกลาง และ/หรือ ระยะยาวในการโน้มนำให้อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ ทางการมุ่งหวังไว้ แต่ทางการไม่สามารถหักล้างและ/หรือลดปริมาณสภาพคล่องส่วนเกินอันเกิดจาก การไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศได้ทั้งหมดในช่วงระยะเวลาที่ศึกษา โดยอาศัยเครื่องมือทางด้าน นโยบายการเงินเพียงอย่างเดียว การผ่อนคลายการควบคุมการปริวรรตเงินตราที่ทางการได้ดำเนินการ ไปแล้วเป็นผลทำให้การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินทุนระยะสั้นมีความ สะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น และทำให้ระบบการเงินของไทยมีความเชื่อมโยงกับระบบการเงินของโลก เพิ่มขึ้น และยังชี้ให้เห็นว่า “ทฤษฎีการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่อิงกับแนวคิดของ PPP นั้นไม่อาจใช้ อธิบายพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนของไทยกับประเทศคู่ค้าได้อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ” กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อัตราแลกเปลี่ยนของไทยกับประเทศคู่ค้าจะเคลื่อนไหวไปในลักษณะที่ไม่ สอดคล้องกับทิศทางการเคลื่อนไหวของส่วนต่างของอัตราเงินเฟ้อของสองประเทศ ในกรณีที่เกิดการ เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน (shocks) ในดุลการชำระเงินของประเทศ กล่าวโดยสรุป ก็คือ ความผัน ผวน (variation) ของอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง (real exchange rate) นั้น มีลักษณะที่ค่อนข้างจะถาวร และไม่มีแนวโน้มว่าจะมีการปรับตัวเข้าสู่ค่าที่เป็นระดับดุลยภาพในระยะยาวตามนัยของทฤษฎี PPP แต่อย่างใด “องค์ความรู้ใหม่” ที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ได้ก็คือ “เจ้าหน้าที่ทางการเงินไทยได้อาศัยการ บริหารนโยบายการเงินแบบใหม่โดยการปรับค่าเงินบาทให้มีค่าแข็งขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ เพื่อ ยับยั้งมิให้สภาพคล่องของระบบการเงินภายในประเทศขาดเสถียรภาพ (อันเป็นผลมาจากการขยายตัว อย่างรวดเร็วของทุนสำรองเงินตราฯ) “พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงเป็นผล จากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยทางภาคการผลิต มากกว่าปัจจัยทางภาคการเงิน” การศึกษาวิจัยในโอกาสต่อไป ผู้เขียนได้เสนอหัวข้อไว้หลายประการ ทั้งในการวิจัยนโยบายการ เงินกับนโยบายอัตราแลก อัตราดอกเบี้ยในประเทศกับต่างประเทศกับเงินทุนนำเข้าจากต่างประเทศ โครงสร้างหนี้ต่างประเทศกับประสิทธิผลของนโยบายการเงินกับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน และการจัด ทำ “ระบบสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า” (early warning system) เพื่อจัดสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า เป็นต้น และหัวข้อเกี่ยวกับวิกฤตการณ์การเงินในภูมิภาคเอเชียและวิกฤตเศรษฐกิจของไทยหลาย ประการ |
| บรรณานุกรม | : |
รังสรรค์ หทัยเสรี . (2542). โครงการตีพิมพ์หนังสือ เรื่อง นโยบายและการบริหารการเงินของประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. รังสรรค์ หทัยเสรี . 2542. "โครงการตีพิมพ์หนังสือ เรื่อง นโยบายและการบริหารการเงินของประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. รังสรรค์ หทัยเสรี . "โครงการตีพิมพ์หนังสือ เรื่อง นโยบายและการบริหารการเงินของประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2542. Print. รังสรรค์ หทัยเสรี . โครงการตีพิมพ์หนังสือ เรื่อง นโยบายและการบริหารการเงินของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2542.
|
